CIB รวบหนุ่มตระเวนลักทรัพย์ 2 คดี หนีหมายจับ สารภาพหาเงินซื้อยาบ้าเสพ
CIB รวบหนุ่มตระเวนลักทรัพย์ 2 คดี หนีหมายจับ สารภาพหาเงินซื้อยาบ้าเสพ
ข่าวอาชญากรรม

CIB รวบหนุ่มตระเวนลักทรัพย์ 2 คดี หนีหมายจับ สารภาพหาเงินซื้อยาบ้าเสพ

ฟังข่าวนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. และคณะ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.สุขสิทธิ์ ประเสริฐ สว.กก.5 บก.ป. ร่วมกันจับกุมตัว นายนพรัตน์ฯ อายุ 41 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเพชรบูรณ์ที่ จ.145/2568 และ จ.163/2568 ในข้อหา “ลักทรัพย์ในเคหสถาน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิด หรือเพื่อการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม” โดยสามารถจับกุมได้ที่ริมถนน หมู่10 ตำบลบางเลน อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี

เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) แถลงข่าวการจับกุมนายนพรัตน์ฯ ผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์
เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) แถลงข่าวการจับกุมนายนพรัตน์ฯ ผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์

สำหรับพฤติการณ์ในคดี ก่อนการจับกุม ผู้เสียหาย 2 สามีภรรยา ซึ่งเป็นพนักงานโรงงานในจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้เลิกงานกลับมานอนพักผ่อนในห้องเช่า ต.ดงขุย อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ แต่ลืมปิดประตูด้านหลังห้อง นายนพรัตน์ฯ ซึ่งมีพฤติกรรมชอบมั่วสุมเสพยาบ้าและลักเล็กขโมยน้อยในพื้นที่ ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์สวมหมวกกันน็อค แอบย่องเข้ามาด้านหลังห้องเช่า แล้วปีนเข้าไปลักเอาเงินสดจำนวน 5,000 บาท ขณะที่ผู้เสียหายกำลังหลับอยู่ ก่อนจะหลบหนีไป

เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวนายนพรัตน์ฯ ผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์
เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวนายนพรัตน์ฯ ผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์

ต่อมา นายนพรัตน์ฯ ได้ตระเวนก่อเหตุอีกครั้ง โดยขณะที่ผู้เสียหายกำลังทำกับข้าวอยู่หลังบ้านพัก ม.2 ต.ตะกุดไร อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ นายนพรัตน์ฯ ได้ขับรถจักรยานยนต์มาจอดหน้าบ้านพักแล้วเดินเข้าไปหยิบโทรศัพท์มือถือของผู้เสียหายในบ้านพัก ก่อนขับรถหลบหนีไปทันที หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ดงขุย อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ ได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับนายนพรัตน์ฯ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจดจำลักษณะของนายนพรัตน์ฯ และรถจักรยานยนต์ได้ดี เนื่องจากถูกจับเสพยาบ้าในพื้นที่บ่อยครั้ง และเคยมาแจ้งความเรื่องรถจักรยานยนต์คันที่ใช้ก่อเหตุถูกลักไป

เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวนายนพรัตน์ฯ ขึ้นรถเพื่อดำเนินคดี
เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวนายนพรัตน์ฯ ขึ้นรถเพื่อดำเนินคดี

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายนพรัตน์ฯ ให้การรับสารภาพว่า เมื่อปี 2568 ขณะขับขี่รถจักรยานยนต์ไปตามถนน เห็นห้องเช่าไม่ได้ปิดประตูหลังก็คิดว่าเจ้าของห้องไม่อยู่ จึงจอดรถปีนเข้าไปในห้องเช่าลักกระเป๋าเงินได้เงินมา 5,000 บาท และในคดีต่อมา ตนเองทำทีขับเข้าไปจอดหน้าบ้านพักแล้วตะโกนสอบถามทาง เมื่อไม่มีเสียงคนตอบ และเห็นโทรศัพท์มือถือเจ้าของบ้านวางอยู่ จึงลักเอาไปขายเพื่อนำเงินมาซื้อยาบ้าเสพ

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ได้ฝากเตือนภัยสังคมว่า ยาเสพติดเป็นภัยต่อชีวิตและเป็นพิษต่อสังคม พร้อมแนะนำประชาชนให้ปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิดขณะพักอาศัยในบ้านพัก เพื่อป้องกันคนร้ายเข้ามาก่อเหตุได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ