วันที่ 25 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้อง นายเดช และ นางสาวน้อย (นามสมมติ) พี่ชายและพี่สาวของผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นชาวลาว เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อติดตามคดี และรอดูหน้า นายต้อม ผู้ต้องหาในคดีฆาตกรรมหั่นศพน้องสาวตนเอง พร้อมเปิดเผยลำดับเหตุการณ์สุดสะเทือนขวัญที่นำไปสู่การจับกุม
ญาติผู้เสียชีวิตเผยว่า หลังจากน้องสาวขาดการติดต่อ ได้พยายามไปตามหาที่ห้องพักของนายต้อมหลายครั้ง ครั้งแรกนายต้อมยังมีท่าทีปกติอ้างว่าฝ่ายหญิงออกไปข้างนอก แต่เมื่อกลับไปอีกครั้งในวันต่อมา กลับพบนายต้อมนั่งซึมอยู่ในห้องที่ไม่ได้ล็อก ภายในห้องมีรอยเท้าและคราบเลือดเป็นทางยาว แม้จะพยายามทำความสะอาดอย่างดีแล้วก็ตาม

นอกจากนี้ ยังพบพฤติกรรมอำพรางหลักฐาน โดยนายต้อมพยายามนำข้าวของมาวางทับกระเป๋าใบใหญ่ ซึ่งคาดว่าเป็นจุดซ่อนร่าง และมีการขนย้ายถุงขยะที่บรรจุน้ำยาฟอกขาวและอุปกรณ์ทำความสะอาดออกไปทิ้ง ญาติจึงตัดสินใจไปคุ้ยถังขยะหน้าห้องพัก จนพบหลักฐานชิ้นสำคัญคือ กระจุกผมติดรากผม และรองเท้าของน้องสาว จึงมั่นใจว่าเกิดเหตุร้ายและแจ้งความทันทีในวันที่ 24 มีนาคม ที่ผ่านมา
ทางครอบครัวยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมถึงความโหดเหี้ยมของนายต้อมว่า เป็นคนโมโหร้ายและหึงหวงรุนแรง มักจะทำร้ายร่างกายน้องสาวเป็นประจำ ที่ผ่านมาเคยบังคับให้ฝ่ายหญิงถอดเสื้อผ้าแล้วกักขังไว้ในห้อง โดยใช้ ไม้แขวนเสื้อขดม้วน มาล็อกกลอนประตูจากด้านนอกเพื่อไม่ให้ออกไปไหน แม้ผู้เสียชีวิตจะพยายามตีตัวออกห่างและย้ายไปทำงานที่ จ.ชลบุรี แต่นายต้อมยังตามไปราวีไม่เลิก ถึงขั้นเคยแจ้งความเท็จกับตำรวจว่าฝ่ายหญิงหายตัวไปเพื่อให้เจ้าหน้าที่ช่วยตามหาตัวกลับมาให้ตนเอง

ส่วนกรณีที่นายต้อมกล่าวอ้างว่า ผู้เสียชีวิตทำร้ายตัวเองนั้น ทางครอบครัวยืนยันว่า เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด เนื่องจากน้องสาวเป็นคนรักสวยรักงาม มีความสุขดี และปรึกษาครอบครัวตลอดเวลา ส่วนประเด็นเรื่องการนอกใจ เชื่อว่าเป็นเพียงอาการระแวงไปเองของผู้ต้องหา เพราะตรวจสอบโทรศัพท์แล้วไม่พบความผิดปกติใดๆ น้องสาวตนเป็นคนดีมาก ไม่เคยมีพิษมีภัยกับใคร แถมยังรักและคอยดูแลนายต้อมมาตลอด ทั้งซื้อเสื้อผ้าและให้เงินใช้ ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องมาเจอเหตุการณ์ที่ทารุณขนาดนี้
ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการนำตัวมาสอบปากคำที่สน.ทุ่งสองห้องเพื่อทำการสอบสวนเพิ่มเติมและรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ผู้สื่อข่าวนครบาล รายงาน