ช็อกทั้งน้ำตา พี่สาว เผย นิสัยแท้จริง น้องชาย ไม่คิดว่าจะโหดถึงขั้นนี้
ข่าวอาชญากรรม

ช็อกทั้งน้ำตา พี่สาว เผย นิสัยแท้จริง น้องชาย ไม่คิดว่าจะโหดถึงขั้นนี้

วันที่ 25 มีนาคม 2569 เกิดความเคลื่อนไหวคดีสะเทือนขวัญ หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัว นายต้อม อายุ 26 ปี ชาว สปป.ลาว ผู้ก่อเหตุฆ่าหั่นศพ น.ส.แรม อายุ 20 ปี แฟนสาวสัญชาติเดียวกัน แล้วนำชิ้นส่วนใส่ถุงดำไปทิ้งคลองในพื้นที่ ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี โดยถูกจับกุมได้บริเวณหน้าด่านพรมแดนหนองคาย จ.หนองคาย

ล่าสุดเวลา 09.30 น. ที่สถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้อง น.ส.ติ้ง อายุ 26 ปี พี่สาวของนายต้อม เดินทางมารอพบน้องชายทันทีหลังทราบข่าวการก่อเหตุ โดยก่อนให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน น.ส.ติ้ง ได้โทรศัพท์พูดคุยกับครอบครัว พร้อมเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดและร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจ ยอมรับว่ารับไม่ได้กับสิ่งที่น้องชายทำลงไป

น.ส.ติ้ง เปิดเผยว่า นายต้อมเป็นคนไม่ค่อยพูด แต่ขยันทำงาน และคบหากับผู้เสียชีวิตมาประมาณ 3 ปี โดยเมื่อ 1 ปีก่อน ทั้งสองครอบครัวรับรู้ความสัมพันธ์และมีการหมั้นหมายกันแล้ว มีทรัพย์สินในการหมั้นเป็นสร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท อีกทั้งน้องชายมักบอกกับครอบครัวเสมอว่ารักฝ่ายหญิงมาก

หลังจากเดินทางเข้ามาทำงานในประเทศไทยได้กว่าหนึ่งปี นายต้อมไม่เคยบอกครอบครัวชัดเจนว่าทำอาชีพอะไร การติดต่อค่อนข้างยาก ต้องโทรศัพท์ติดตามหลายครั้งจึงจะตอบ ทำให้ครอบครัวรับรู้ความเคลื่อนไหวผ่านโซเชียลมีเดียเป็นหลัก ซึ่งเห็นทั้งคู่ใช้ชีวิตร่วมกัน ไปเที่ยว และถ่ายคลิปหยอกล้อกันตามปกติ จึงไม่ได้เอะใจอะไร

กระทั่งครอบครัวฝ่ายหญิงโพสต์ตามหาผู้เสียชีวิต หลังขาดการติดต่อหลายวันและเตรียมเข้าแจ้งความ ตอนนั้นตนยังรู้สึกโมโห เพราะคิดว่าน้องชายถูกกล่าวหา ทั้งที่ยังไม่พบศพ

นอกจากนี้ ยังทราบจากคนรอบข้างว่า ทั้งคู่มักมีปากเสียงกันบ่อย โดยฝ่ายหญิงเคยเก็บเสื้อผ้าออกจากห้องหลายครั้ง ก่อนจะกลับมาคืนดีกัน แต่ตนไม่เคยเห็นเหตุการณ์ด้วยตนเอง

ต่อมาหลังตำรวจจับกุมตัวนายต้อมได้ในพื้นที่ จ.หนองคาย และผู้ต้องหารับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือฆ่า น.ส.แรม เนื่องจากความหึงหวง น.ส.ติ้ง ยอมรับว่ารู้สึกตกใจและผิดหวังอย่างมาก ไม่คิดว่าน้องชายจะก่อเหตุได้โหดเหี้ยมถึงขั้นนี้

เมื่อวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา ตนได้เดินทางไปยังจุดเกิดเหตุ และพบกับพี่สาวและพี่ชายของผู้เสียชีวิต พร้อมกล่าวขอโทษครอบครัวผู้เสียชีวิตในเบื้องต้น โดยระบุว่า จากพฤติการณ์การซื้อถุงดำ ชำแหละร่างกาย แยกทิ้งหลักฐานหลายจุด รวมถึงการวางแผนหลบหนี เชื่อว่าผู้ก่อเหตุมีการคิดและเตรียมการมาก่อน

น.ส.ติ้ง ยืนยันว่าไม่ได้เข้าข้างน้องชาย และจะปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม หากได้พบตัวน้องชายก็อยากบอกให้พูดความจริงทั้งหมด ยอมรับในสิ่งที่ทำ เพื่อให้คดีดำเนินไปตามกฎหมาย เพราะเมื่อทำผิดแล้วก็ต้องยอมรับผิดในสิ่งที่เกิดขึ้น.