หนุ่มเมียนมา วัย 33 ปี ก่อเหตุแอบปีนบ้านพัก เข้าไปข่มขู่ ก่อนย่ำยีเด็กหญิง วัย 14 หลังแอบชอบ ไปขอเบอร์ แต่ฝ่ายหญิงไม่ให้
ข่าวอาชญากรรม

หนุ่มเมียนมา วัย 33 ปี ก่อเหตุแอบปีนบ้านพัก เข้าไปข่มขู่ ก่อนย่ำยีเด็กหญิง วัย 14 หลังแอบชอบ ไปขอเบอร์ แต่ฝ่ายหญิงไม่ให้

วันนี้ (10 มี.ค. 69) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ ได้นำกำลังเข้าจับกุมนายยูซุบ อายุ 33 ปี สัญชาติ เมียนมา ที่บริเวณบ้านร้าง ถนนเจริญประเทศ ตำบลช้างคลาน อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ พร้อมของกลางอาวุธมีด 1 เล่ม

โดยวานนี้ ( 9 มี.ค.69) เมื่อเวลาประมาณ 18.00 น. ทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ ได้รับแจ้งจากพนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ ว่ามีเหตุข่มขืนกระทำชำเราเด็กภายในบ้านหลังหนึ่ง ต.ช้างคลาน ถ.เจริญประเทศ อ.เมืองเชียงใหม่ จึงได้ร่วมกับลงพื้นที่ ตรวจสอบที่เกิดเหตุ

จากการสอบถามผู้เสียหาย ทราบว่า ได้มีชายแต่งกายสวมเสื้อแขนสั้นสีน้ำเงิน กางเกงขายาวสีดำ เข้ามายังบริเวณภายในบ้านและใช้อาวุธมีดที่อยู่ภายในบ้าน บังคับขู่เข็ญให้ผู้เสียหายร่วมประเวณีกับตน โดยที่ผู้เสียหายไม่ยินยอม หลังจากชายคนดังกล่าวกระทำชำเราผู้เสียหายเสร็จสิ้นแล้ว จึงได้หลบหนีไป

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้ออกสืบสวนโดยรอบบริเวณที่เกิดเหตุและบริเวณใกล้เคียง ประกอบกับการตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่อยู่ตรงข้ามและใกล้เคียงกับบ้านผู้เสียหาย พบภาพบุคคลเป็นชายแต่งกายสวมเสื้อแขนสั้นสีน้ำเงิน กางเกงขายาวสีดำ เดินมุ่งหน้าไปยังบ้านผู้เสียหาย

และทางเจ้าหน้าที่จึงได้กระจายกำลังค้นหาภายในบ้านร้างและบริเวณใกล้เคียง จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนพบนายยูซุบ (ทราบชื่อภายหลัง) หลบอยู่ในพุ่มหญ้าหลังบ้านร้าง ซึ่งอยู่ติดกับบ้านผู้เสียหาย ลักษณะการแต่งกายตรงกับที่ผู้เสียหายให้การไว้และตรงกับภาพจากกล้องวงจรปิด โดยขณะเข้าจับกุมนายยูซุบ ได้ขัดขืนการจับกุมทำให้นายยูซุบล้มลงศีรษะฟาดกับก้อนหิน เกิดแผลบริเวณหางตาข้างขวา

จาการสอบสวนนายยูซุบ รับว่า ได้เข้าไปกระทำชำเราผู้เสียหายภายในบ้านหลังเกิดเหตุจริง และหลบหนีมายังบ้านร้างจนถูกเจ้าหน้าที่จับกุม

ทางด้าน พ.ต.อ.ปรัชญา ทิศลา ผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่ กล่าวว่า จากการสอบสวน นายยูซุบ ผู้ต้องหาถึงเหตุจูงใจ ให้การว่านายยูซุบ ผู้ต้องหานั้น ได้เคยมาเป็นลูกจ้างแรงงานบ้านที่ติดกันกับผู้เสียหายและได้รู้จักกับ น.ส. เอ (นามสมมุติ) อายุ 14 ปี ที่อยู่บ้านติดกันและแอบชอบเคยไปขอเบอร์ติดต่อ แต่ น.ส.เอ ไม่ให้และไม่อยากติดต่อด้วย

จากนั้น นายยูซุบไม่ได้ทำงานจึงย้ายออกไปจากบ้านหลังดังกล่าว ซึ่งต่อมาปรากฏว่าบ้านเช่าหลังนั้น ไม่ได้ประกอบการอะไรแล้ว และไม่มีผู้เช่าต่อจึงเป็นบ้านร้าง นายยูซุบ ผู้ต้องหา จึงแอบมานอนบ้านหลังดังกล่าวในบางครั้ง และคอยแอบมอง น.ส.เอ ผู้เสียหายอยู่เสมอ และในวันเกิดเหตุ อาศัยจังหวะที่เห็นแม่ของ น.ส.เอ ออกไปทำธุระข้างนอก นายยูซุบจึงสบโอกาส ที่ น.ส.เอ อยู่บ้านคนเดียวแอบเข้าไปในบ้านและใช้อาวุธมีดภายในบ้านข่มขู่ น.ส.เอ และข่มขืนกระทำชำเราจนสำเร็จ ก่อนหลบหนีไปและถูกตำรวจจับกุมตัวได้

อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาว่า มีความผิดฐาน ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น โดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือบังคับขู่เข็ญโดยใช้อาวุธ, บุกรุกเคหสถาน ก่อนจะควบคุมตัวผู้ต้องความไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป