ขุดประวัติ สรวีย์ สั่งอุ้มฆ่า ผจก.ท็อป โปรไฟล์สุดอึ้ง! โยงคดีดังสะเทือนประเทศ
ข่าวอาชญากรรม

ขุดประวัติ สรวีย์ สั่งอุ้มฆ่า ผจก.ท็อป โปรไฟล์สุดอึ้ง! โยงคดีดังสะเทือนประเทศ

วันที่ 6 มีนาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้บุกเข้าจับกุมตัว นายสรวีย์ 1 ใน 2 ผู้ต้องสงสัยที่ถูกระบุว่าเป็นผู้บงการสั่งการทีมอุ้มฆ่ากลางวันแสกๆ กลางกรุงย่านรัชดาภิเษก ในคดีสะเทือนขวัญอุ้มฆ่าเผานั่งยาง นายรุทธ์ หรือ ท็อป ซึ่งถือเป็นความคืบหน้าครั้งใหญ่และสร้างความฮือฮาให้กับสังคมอย่างมาก

จากการสืบค้นประวัติของนายสรวีย์ พบว่าเป็นบุคคลที่มีโปรไฟล์ไม่ธรรมดา และเคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับหน้าข่าวสำคัญของประเทศไทยมาแล้ว

สำหรับประวัติของนายสรวีย์ หรือชื่อจริงคือ ซี รัฐพิทักษ์ถิรดา เป็นบุคคลที่ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ หรือ ผู้การแต้ม อดีตตำรวจมือปราบชื่อดัง ได้วิเคราะห์เอาไว้ว่า ผู้ที่อยู่เบื้องหลังการสั่งการทีมอุ้มฆ่ากลางวันแสกๆ กลางกรุงย่านรัชดาภิเษก จะต้องเป็นบุคคลที่กว้างขวางและมีอิทธิพลพอสมควร ถึงกล้าก่อเหตุอุกอาจท้าทายกฎหมายเช่นนี้

มีรายงานข่าวแจ้งเพิ่มเติมถึงประวัติของนายสรวีย์ว่า เขาคืออดีตสามีของสาวคนดังที่เคยก่อเหตุขับรถยนต์ฮอนด้า ซีวิค พุ่งชนท้ายรถตู้โดยสารประจำทางสาย มธ.ศูนย์รังสิต-อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ บนทางยกระดับโทลล์เวย์ขาเข้า จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตถึง 9 ราย เมื่อปี พ.ศ. 2553

นอกจากนี้ นายสรวีย์ยังเคยดำรงตำแหน่งเป็นอนุกรรมาธิการการปกครองท้องถิ่น สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และในปี พ.ศ. 2562 ได้เข้ามาทำงานด้านการเมืองร่วมกับพรรคการเมืองใหญ่พรรคหนึ่ง

ในด้านความสัมพันธ์ซับซ้อนและชนวนสั่งตาย นายสรวีย์เคยเป็นอดีตคนรักของ จีน่า ซึ่งเป็นหญิงสาวที่เป็นโลกใบที่สองของคุณท็อป แม้จีน่าจะยืนยันว่าได้เลิกรากับนายสรวีย์ไปนานนับสิบปีแล้ว แต่ความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนนี้ทำให้ตำรวจตั้งข้อสังเกตว่า แรงจูงใจในการสั่งอุ้มฆ่าอาจมาจากความแค้นเรื่องชู้สาวและการถูกหยามเกียรติ

อย่างไรก็ตาม จากการสอบปากคำเบื้องต้น นายสรวีย์ยังคงให้การปฏิเสธ แต่ยอมรับในข้อเท็จจริงบางส่วน และพยายามเชื่อมโยงว่ามูลเหตุอาจมาจากปัญหาภายในครอบครัว หรืออาจโยงไปถึงเรื่องที่ผู้ตายเคยขัดแย้งทางธุรกิจรับเหมาก่อสร้างในประเทศกัมพูชา

สำหรับการจับกุมตัว นายสรวีย์ และ นางสาวเบญญาภา (เบ็น) ผู้ต้องหาหญิงอีกราย ถูกตำรวจบุกเข้าจับกุมตัวได้เมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 5 มีนาคม ที่บ้านพักแห่งหนึ่งย่านวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร ขณะที่ทั้งสองกำลังเตรียมตัวเดินทางออกจากที่พัก

ตามหมายจับศาลอาญาที่ 1293/2569 ลงวันที่ 5 มีนาคม 2569 นายสรวีย์ต้องเผชิญกับข้อหาหนักหลายกระทง ได้แก่

- เป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน

- ข่มขืนใจผู้อื่นโดยร่วมกันกระทำความผิดตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป

- กักขังหน่วงเหนี่ยว

- ปล้นทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายโดยใช้ยานพาหนะ

- ไม่มีเหตุอันสมควรทำให้เสียหาย เคลื่อนย้าย ทำลาย หรือลอบฝัง ซ่อนเร้นศพเพื่อปิดบังการตาย

- อั้งยี่ ซ่องโจร

ทั้งนี้ ในทางกฎหมาย นายสรวีย์ และ นางสาวเบญญาภา ยังถือเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด