จากกรณี ศาลอนุมัติหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มในคดีอุ้มสังหาร นายรุทธ์ หรือ ท็อป ผู้จัดการบริษัทนำเข้าและจำหน่ายเครื่องมือแพทย์ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า ผู้ต้องหาใหม่ 2 รายคือ นายสรวีย์ และ น.ส.เบญญาภา ถูกออกหมายจับในฐานะผู้ใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิด ฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน พร้อมข้อหาร้ายแรงอื่น ๆ ได้แก่ ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่น กักขังหน่วงเหนี่ยว ปล้นทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ทำลายหรือซ่อนเร้นศพ และข้อหาอั้งยี่ซ่องโจร
ต่อมาในช่วงกลางดึกวันที่ 5 มีนาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถเข้าจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองรายได้ที่บ้านพักแห่งหนึ่งย่านวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร ขณะกำลังเตรียมตัวเดินทางออกจากที่พัก
ขณะเดียวกันมีข้อมูลว่า ผู้จัดการหนุ่มผู้เสียชีวิตกำลังจะแต่งงานกับแฟนสาวในวันที่ 7 มีนาคมนี้ แต่ระหว่างเตรียมงานแต่ง มีความสัมพันธ์กับกิ๊กสาวอายุประมาณ 40 ปี โดยทั้งสองคบหากันมาประมาณ 7 เดือน ทั้งที่ฝ่ายหญิงทราบว่าฝ่ายชายมีแฟนและกำลังจะแต่งงาน
ล่าสุด กิ๊กสาวเปิดเผยว่า ตนเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับทีมอุ้มฆ่า และไม่รู้จักผู้ต้องหาคนใดเลย พร้อมยืนยันว่าแม้จะรู้ว่าฝ่ายชายกำลังจะแต่งงาน แต่ทั้งคู่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันเกือบตลอด 24 ชั่วโมง และไม่เคยมีปัญหาเรื่องนี้
โดยระหว่างผู้ตายกับกิ๊กสาวมีคลิปความสัมพันธ์ ซึ่งเป็นการบันทึกด้วยความยินยอมของทั้งสองฝ่าย เจ้าตัวย้ำว่าไม่รู้จักใครในทีมฆ่า และปฏิเสธกระแสข่าวที่พยายามโยงว่าเกี่ยวข้องกับอดีตสามีที่เลิกรากันไปแล้ว 6 ปี มาบงการสั่งฆ่า โดยยืนยันว่าอดีตสามีไม่เกี่ยวข้องและไม่รู้จักผู้ตาย อีกทั้งได้มีครอบครัวใหม่ไปแล้ว
ทั้งนี้ช่วงที่ผู้ตายหายตัวไป กิ๊กสาวระบุว่าเป็นคนไปแจ้งความและพยายามติดตามคดีด้วยตัวเอง พร้อมย้ำว่าทั้งตนเองและครอบครัวผู้เสียชีวิตต่างเสียใจอย่างมาก และอยากให้ตำรวจจับกุมคนร้ายตัวจริงให้ได้
ด้านว่าที่เจ้าสาวของผู้จัดการหนุ่ม ซึ่งมีกำหนดเข้าพิธีแต่งงานในวันที่ 7 มีนาคม เปิดเผยว่า คบหากับผู้ตายมานาน 7 ปี แต่ไม่ค่อยได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน กระทั่งช่วงเตรียมงานแต่งกลับพบว่าฝ่ายชายหายตัวไปและไม่สามารถติดต่อได้ พร้อมตั้งคำถามว่า หากเป็นเพียงเรื่องชู้สาวจริง เหตุใดจึงต้องทำกันรุนแรงถึงขั้นนี้