โหดมาก! เปิดอาชีพแท้จริง หนุ่มคลั่งลาดหลุมแก้ว
ข่าวอาชญากรรม

โหดมาก! เปิดอาชีพแท้จริง หนุ่มคลั่งลาดหลุมแก้ว

จากกรณีเกิดเหตุชายคลุ้มคลั่งมีอาวุธปืนในครอบครองและอยู่ระหว่างหลบหนีในพื้นที่ อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี ส่งผลให้หลายโรงเรียนประกาศหยุดเรียนฉุกเฉินเมื่อวันที่ 18 ก.พ. 2569 เพื่อความปลอดภัยของนักเรียนและบุคลากร ท่ามกลางความกังวลของผู้ปกครองในพื้นที่

พ.ต.อ.ดุษฎี หิรัญรัตน์ ผู้กำกับการ สภ.ลาดหลุมแก้ว เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นปัญหาภายในครอบครัว ไม่ได้มีการก่อเหตุอาละวาดในที่สาธารณะหรือภายในโรงเรียนตามที่มีข่าวลือ ยืนยันว่าไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และยังไม่พบข้อมูลว่าผู้ก่อเหตุเข้าไปหลบซ่อนในสถานศึกษาแต่อย่างใด ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ผู้ก่อเหตุคือ นายนพรัตน์ หรือ แอล อายุ 30 ปี ซึ่งเป็นบุคคลเดียวกับที่ก่อเหตุยิงรถเจ้าหน้าที่กู้ภัยบนถนนหลวงหมายเลข 7 (ช่วงพัทยา-อู่ตะเภา) ในพื้นที่ จ.ชลบุรี เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 15 ต่อเนื่องวันที่ 16 ก.พ.ที่ผ่านมา

จากการสอบสวนทราบว่า คืนเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ภัยขณะออกปฏิบัติหน้าที่ พบรถกระบะตู้ทึบจอดอยู่บริเวณจุดจอดฉุกเฉินบนมอเตอร์เวย์ จึงเข้าไปสอบถามด้วยความเป็นห่วง พบชายหญิงคู่หนึ่งอยู่ภายในรถ โดยฝ่ายชายอ้างว่าเพียงทะเลาะกับภรรยา เจ้าหน้าที่จึงแนะนำให้ใจเย็นและขับรถออกมา แต่รถคันดังกล่าวกลับขับตามและใช้อาวุธปืนขนาด 11 มม. ยิงใส่รถกู้ภัย 2 นัด กระสุนถูกยางล้อหลังด้านขวาจนแตก เจ้าหน้าที่ต้องขับรถหลบหนี โชคดีไม่มีผู้บาดเจ็บ

หลังเกิดเหตุ คนร้ายจอดรถข้างทางและดึงตัวภรรยาวิ่งหนีเข้าป่า เจ้าหน้าที่ตรวจค้นรถพบใบกระท่อมสด 51 ถุง น้ำหนักรวมประมาณ 500 กิโลกรัม จึงประสานตำรวจทางหลวงปิดล้อมพื้นที่ พร้อมแจ้งเตือนประชาชนให้ระมัดระวัง เนื่องจากผู้ก่อเหตุมีอาวุธปืนและถือเป็นบุคคลอันตราย

ต่อมาช่วงเวลาประมาณ 02.00 น. วันที่ 16 ก.พ. มีพลเมืองดีพบหญิงสาวได้รับบาดเจ็บ ใบหน้าบวมช้ำ คล้ายถูกทำร้าย บริเวณริมถนน จึงนำส่งโรงพยาบาลบางละมุง ทราบชื่อคือ น.ส.กาญจนา อายุ 26 ปี ภรรยาของผู้ก่อเหตุ

กระทั่งคืนวันที่ 17 ก.พ. ผู้ก่อเหตุได้หลบหนีกลับมาที่บ้านพักในพื้นที่ ต.ระแหง อ.ลาดหลุมแก้ว และเกิดความไม่พอใจที่ภรรยาไปแจ้งความ จึงก่อเหตุจับตัวพ่อตาไปข่มขู่ว่า หากภรรยาไม่กลับมา จะทำร้ายร่างกาย อย่างไรก็ตาม พ่อตาสามารถหลบหนีออกมาได้โดยไม่ได้รับอันตราย

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้ขอศาลออกหมายจับในข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยว ทำให้เสื่อมเสียเสรีภาพ และความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน แม้ผู้ต้องหาจะเคยติดต่อขอเข้ามอบตัว แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่เข้าพบเจ้าหน้าที่

ทั้งนี้ ด้านมารดาของ น.ส.กาญจนา ให้ข้อมูลว่า นายแอล มีอาชีพค้าส่งใบกัญชา และใบกระท่อม โดยในคืนเกิดเหตุกำลังขับรถนำสินค้าไปส่งให้ลูกค้าที่เมืองพัทยา นอกจากนี้มารดาของผู้เสียหายยังระบุด้วยว่า นายแอลมีพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง ทำร้ายร่างกายภรรยาเป็นประจำ และมักข่มขู่จะทำร้ายคนในครอบครัวบ่อยครั้ง และเคยใช้อาวุธปืนจ่อศีรษะแม่ยายมาแล้วก่อนหน้านี้ ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า ผู้ต้องหามีความชำนาญในการยิงปืนอย่างมาก

ข่าวที่คุณอาจสนใจ