กระชากหน้ากากครูหื่น ใช้แอคเคาท์ปลอม หลอกเด็กถ่ายคลิปแลกเงิน ก่อนข่มขู่มีเพศสัมพันธ์
ข่าวอาชญากรรม

กระชากหน้ากากครูหื่น ใช้แอคเคาท์ปลอม หลอกเด็กถ่ายคลิปแลกเงิน ก่อนข่มขู่มีเพศสัมพันธ์

วันที่ 17 ก.พ. 2569 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศตคม.ตร.) บูรณาการร่วมกับ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม กก.5 ปคม. ร่วมกันจับกุม นายนนทวัฒน์ฯ อายุ 27 ปี

ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน

1. กระทําด้วยประการใด บังคับ ขู่เข็ญ ชักจง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควรหรือ น่าจะทําให้เด็กมีความประพฤติเสี่ยงต่อการกระทําผิด กระทําด้วยประการใดอันเป็นการแสวงหา ประโยชน์โดยมิชอบจากเด็ก ให้เด็กแสดงหรือกระทําการอันมีลักษณะลามกอนาจาร ไม่ว่าจะ เป็นไปเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าตอบแทนหรือเพื่อการใด

2. กระทําอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม และได้กระทําโดย ขู่เข็ญด้วยประการใด ๆ โดยใช้กําลังประทุษร้าย หรือโดยเด็กนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้

3. ครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็กเพื่อแสวงหาประโยชน์ ในทางเพศสําหรับตนเองหรือผู้อื่น

4. ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทําการใด ไม่กระทําการใด หรือจํายอมต่อสิ่งใด โดยทําให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจ หรือโดยใช้กําลัง ประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทําการนั้น ไม่กระทําการนั้นหรือจํายอมต่อสิ่งใด, พยายามพยายามข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทําการใด ไม่กระทําการใด หรือจํายอมต่อสิ่งใด โดยทําให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจ หรือโดยใช้กําลัง ประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทําการนั้น ไม่กระทําการนั้นหรือจํายอมต่อสิ่งใด

5. พยายามรีดเอาทรัพย์

พร้อมตรวจยึดของกลาง

1. โทรศัพท์มือถือ จำนวน 3 เครื่อง

2. ไอแพด จำนวน 1 เครื่อง

3. คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค จำนวน 1 เครื่อง

4. ฮาร์ทดิสก์ จำนวน 3 เครื่อง

สถานที่จับกุม หน้าห้องเช่า ภายในซอยปรารถนา หมู่ที่ 4 ต.ท่าบุญมี อ.เกาะโพธิ์ จ.ชลบุรี

พฤติการณ์ของคดี สืบเนื่องจากเมื่อประมาณกลางปี 2566 ด.ช.เอ (นามสมมุติ) อายุ 14 ปีเศษ ได้ไลฟ์สดใน TikTok พูดคุยกับเพื่อนๆ จากนั้นได้มีนายนนทวัฒน์ฯ (ผู้ต้องหา) ได้ส่งข้อความไปหาโดยหลอกล่อให้ถ่ายภาพรวมถึงคลิปโป๊เปลือยและช่วยตัวเอง โดยอ้างว่าหากส่งให้ผู้ต้องหาแล้วจะโอนเงินให้ 10,000 บาท ต่อมา ด.ช.เอ หลงเชื่อจึงแอดไลน์ไปพูดคุยจนเชื่อใจ จากนั้นจึงส่งภาพ และคลิปโป๊เปลือยให้กับนายนนทวัฒน์ฯ แต่กลับไม่ได้เงินตามที่ตกลง พร้อมกับถูกบ่ายเบี่ยง เมื่อ ด.ช.เอ รู้ตัวว่าถูกหลอก จึงได้ตัดการติดต่อ และบล็อกไลน์ของนายนนทวัฒน์ฯ ทันที จากการกระทำดังกล่าวของผู้ต้องหา ทำให้ ด.ช.เอ ไม่ทราบตัวตนที่แท้จริงของนายนนทวัฒน์ฯ เนื่องจากเป็นการพูดคุยผ่านออนไลน์โดยนายนนทวัฒน์ฯ ไม่เปิดเผยตัวตน

ต่อมาประมาณปลายปี 2566 นายนนทวัฒน์ฯ ได้สร้างตัวตนออนไลน์ขึ้นมาใหม่ (อวตาร) อีกครั้ง จากนั้นได้ทักไลน์ไปหา ด.ช.เอ โดยอ้างว่าเป็นคนที่เคยติดต่อมาครั้งก่อน พร้อมข่มขู่ว่าจะปล่อยคลิปและภาพโป๊เปลือยของ ด.ช.เอ ในโลกออนไลน์ โดยหากต้องการจะให้ลบคลิปทั้งหมด ต้องถ่ายภาพ คลิปโป๊เปลือย และช่วยตัวเองอีกครั้ง ซึ่งทาง ด.ช.เอ หลงเชื่อ เข้าใจว่าหากส่งไปให้อีกครั้งคงจะจบเรื่อง จึงยอมทำอีกครั้ง

กระทั่งปลายปี 2568 นายนนทวัฒน์ฯ ได้สร้างบัญชีอินสตราแกรมอวตารขึ้นมาใหม่ และติดต่อมาหาด.ช.เอ อีกครั้ง โดยใช้กลอุบายเป็นพลเมืองดีมาเตือนภัยว่า ด.ช.เอ มีคลิปหลุดอยู่ในโลกออนไลน์ และแนะนำให้ติดต่อกับผู้ปล่อยคลิปดังกล่าว ซึ่งนายนนทวัฒน์ฯ เป็นผู้สร้างขึ้นมาเอง ต่อมาผู้ต้องหาทำทีเสนอขอเงินค่าดำเนินการ 5,000 บาท จาก ด.ช.เอฯ เพื่อลบคลิป แต่เมื่อ ด.ช.เอฯ ยินยอมจะจ่ายเงิน ผู้ต้องหากลับได้เสนอให้ ด.ช.เอฯ ไปมีเพศสัมพันธ์ด้วยเท่านั้น จึงจะลบคลิปให้ ด.ช.เอ เกิดความกลัว จึงได้ปรึกษาพ่อแม่ และเข้าพบ เจ้าหน้าที่ พมจ.สมุทรสาคร และเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน บก.ปคม. เพื่อดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ปคม. สืบสวนจากบัญชีอวตารต่างๆ จนพิสูจน์ทราบแน่ชัดแล้วว่า ผู้ต้องหาคือ นายนนทวัฒน์ฯ รับราชการเป็นครูสอนวิชาคอมพิวเตอร์ อยู่ที่โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง ใน อ.เกาะโพธิ์ จ.ชลบุรี เจ้าหน้าที่จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลจังหวัดชลบุรีออกหมายค้น และนำกำลังเข้าทำการห้องเช่าตามสถานที่จับกุมข้างต้น ผลการตรวจค้นที่บ้านพักพบของกลางดังกล่าวข้างต้น ตรวจสอบพบว่ามีทั้งคลิปวิดีโอ ด.ช.เอ และเด็กคนอื่น ลักษณะเป็นภาพ และคลิป เด็กชายอายุต่ำกว่า 18 ปี โชว์อวัยวะเพศ ช่วยตัวเอง รวมถึงได้มีเพศสัมพันธ์กับนายนนทวัฒน์ฯ มากถึง 1,500 ไฟล์

สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาด้วยความสมัครใจ และ ให้การเพิ่มเติมว่าตนกระทำการในลักษณะเช่นนี้มาแล้วร่วมร้อยคน ตั้งแต่ตนเรียนอยู่มหาวิทยาลัย ระยะเวลาประมาณ 5 ปี โดยตนจะเลือกเหยื่อที่เป็นเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี แล้วหลอกล่อว่าจะให้เงิน แลกกับการ ให้เด็กถ่ายภาพโป๊เปลือย วิดีโอคอลให้เด็กช่วยตัวเอง แล้วบันทึกภาพ และคลิปไว้ จากนั้นก็บังคับข่มขู่ให้มามีเพศสัมพันธ์ด้วย ในลักษณะชายรักชาย ซึ่งในแต่ละครั้งตนจะใช้วิธีการนำรูปคนอื่นที่ได้มาจากสื่อโซเชียลที่หน้าตาดี มาเป็นรูปโปรไฟล์และทำการหลอกลวง

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ขอเตือนภัยพี่น้องประชาชนทั่วไป ดังนี้

1. ฝากเตือนเด็ก เยาวชน การใช้สื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ ห้ามถ่ายภาพโป๊เปลือยส่งให้กับผู้อื่นเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนหรือแฟน หรือคนแปลกหน้าที่ไม่รู้จัก เพื่อแลกกับเงินทอง สิ่งของต่างๆ เนื่องจากภาพโป๊เปลือยต่างๆ อาจหลุดและแพร่หลายไปถึงคนอื่นได้ และหากเกิดปัญหาขึ้นให้รีบแจ้งผู้ปกครอง โดยที่ไม่ต้องเขินอายในเรื่องดังกล่าว

2. ฝากเตือนผู้ปกครอง ควรให้ความรู้ความและเข้าใจกับลูกๆ เพื่อให้ลูกๆกล้าที่จะบอกความจริง หากเกิดภาพโป๊เปลือยหลุดไปสู่สังคมออนไลน์ต่างๆ เนื่องจาก เด็กยังไม่มีวิจารญาณที่เพียงพอ ที่จะรับมือ กับปัญหาดังกล่าวในทางที่ถูกต้อง จึงง่ายต่อการชักจูงของคนร้าย จนนำไปสู่ความเสียหายที่ไม่อาจหวนคืนได้ และปัจจุบัน คนร้ายมีมุ่งเป้าหวังผล โดยไม่เจาะจงว่าเป้าหมายจะเป็นเพศใด ดังนั้น ลูกหลาน ผู้ชายก็ควรใส่ใจให้ความใกล้ชิดเท่าเทียมกัน

ผู้สื่อข่าวนครบาล รายงาน