คืบหน้าเหตุทะเลาะวิวาท ยิงปืนแบลงค์กลางซอยสาธุประดิษฐ์ 30 เจ็บ 3 ราย พบปมปัญหาชู้สาว
ข่าวอาชญากรรม

คืบหน้าเหตุทะเลาะวิวาท ยิงปืนแบลงค์กลางซอยสาธุประดิษฐ์ 30 เจ็บ 3 ราย พบปมปัญหาชู้สาว

เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 21.20 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.วัดพระยาไกร ได้รับแจ้งเหตุทะเลาะวิวาทและมีเสียงปืนดังขึ้นภายในซอยสาธุประดิษฐ์ 30 (ซอยอร่ามดวงอุทิศ) แขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร จึงรุดเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ

ในที่เกิดเหตุพบผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 3 ราย ได้แก่  

1. นายมนัสวี มีบาดแผลบริเวณคิ้วด้านขวา  

2. นายพีรพงค์ มีบาดแผลบริเวณขาด้านซ้าย

 3. นายพิพัฒน์ ผู้ก่อเหตุ นอนหมดสติอยู่บริเวณกลางซอย

เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำผู้บาดเจ็บทั้งหมดส่งตรวจรักษาที่โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายพีรพงค์ ได้ขับรถจักรยานยนต์มาพร้อมกับนายพิพัฒน์ (ผู้ก่อเหตุ) มายังหน้าบ้านพักของนายมนัสวี ภายในซอยสาธุประดิษฐ์ 30 เพื่อเคลียร์ปัญหาส่วนตัว ส่งผลให้นายมนัสวีไม่พอใจ และเกิดการโต้เถียงจนบานปลายเป็นเหตุทะเลาะวิวาท

ต่อมา นายพิพัฒน์ ได้หยิบอาวุธปืนแบลงค์กันยิงขึ้นฟ้า 1 นัด ทำให้ประชาชนในละแวกใกล้เคียงแตกตื่น และเข้าช่วยกันยื้อแย่งอาวุธปืนจนตกลงในที่เกิดเหตุ ก่อนจะเกิดเหตุรุมประชาทัณฑ์ ส่งผลให้นายพิพัฒน์ ล้มหมดสติ

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่เกิดเหตุและพูดคุยกับ นายเพชร อายุ 22 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์ เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวมีสาเหตุมาจากปัญหาชู้สาว โดยก่อนหน้านี้มีการโพสต์ข้อความโต้ตอบกันผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เนื่องจากนายพีรพงศ์หรือไอซ์มีการทักหาแฟนของนายมนัสวีหรือวาฬ ก่อนจะมีการนัดหมายมาเคลียร์ปัญหากันในจุดเกิดเหตุ

ในระหว่างการเผชิญหน้า นายมนัสวี หรือ “วาฬ” และนายพีรพงค์ หรือ “ไอซ์” ได้เกิดการชกต่อยกันแบบตัวต่อตัว ก่อนที่นายพิพัฒน์ หรือ “หมู” ที่คุมเชิง จะใช้อาวุธปืนแบลงค์กันยิงขึ้นฟ้า เนื่องจากนายหมูเห็นว่านายไอซ์ถูกรุมทำร้าย อย่างไรก็ตาม ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์เข้าใจว่าเป็นการยิงมาทางกลุ่มของตน แต่กระสุนไม่ถูกผู้ใด

จากนั้น กลุ่มตนจึงเข้าห้ามปรามและแย่งอาวุธปืนไว้ได้ ก่อนจะเกิดเหตุรุมประชาทัณฑ์ เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นย่านที่พักอาศัย มีทั้งเด็กและผู้สูงอายุ และเหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงเวลากลางคืน แต่ตนยืนยันว่าพวกตนไม่ได้มีการรุมแต่แรก

ภายหลังเหตุการณ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมสถานการณ์ และนำตัวคู่กรณีทั้งหมดมาพบพนักงานสอบสวน สน.วัดพระยาไกร เพื่อสอบปากคำและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ผู้สื่อข่าวนครบาล รายงาน

ข่าวที่คุณอาจสนใจ