ตามที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ โดย กองคดีความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ ได้ดำเนินการสอบสวนกรณีบริษัท ป.พัฒนารุ่งโรจน์ก่อสร้าง จำกัด และ บริษัท ป.รวีกนก ก่อสร้าง จำกัด ซึ่งมี นายประวีณ จันทร์คล้าย หรือ กำนันนก ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ทรงอิทธิพลในจังหวัดนครปฐมเป็นผู้ชนะการประมูลเข้าทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 - 2566 กว่า 1,500 โครงการ ความเสียหายหลายพันล้านบาท(คดีพิเศษที่ 82/2566) และได้ส่งสำนวนการสอบสวนมีความเห็นสั่งฟ้องบริษัท บริษัท ป.พัฒนารุ่งโรจน์ก่อสร้าง จำกัด กับพวก

ข้อหา ตกลงร่วมกันในการเสนอราคาเพื่อวัตถุประสงค์ที่จะให้ประโยชน์แก่ผู้ใดผู้หนึ่งเป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐโดยหลีกเลี่ยงการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรมหรือโดยการกีดกันมิให้มีการเสนอสินค้า หรือบริการอื่นต่อหน่วยงานของรัฐหรือโดยการเอาเปรียบแก่หน่วยงานของรัฐอันมิใช่เป็นไปในทางการประกอบธุรกิจปกติ ร่วมกันเป็นธุระในการชักชวนให้ผู้อื่นร่วมตกลงกันในการเสนอราคา ร่วมกันให้ ขอให้ หรือรับว่าจะให้เงิน หรือทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่ผู้อื่น เพื่อประโยชน์ในการเสนอราคาโดยมีวัตถุประสงค์ที่จะจูงใจให้ผู้นั้น ร่วมดำเนินการใด ๆ อันเป็นการให้ประโยชน์แก่ผู้ใดผู้หนึ่งเป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ หรือเพื่อจูงใจ ให้ผู้นั้นไม่เข้าร่วมในการเสนอราคาหรือถอนการเสนอราคา เรียก รับหรือยอมจะรับเงินหรือทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 4 และมาตรา 5 ประกอบกับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ไปยังพนักงานอัยการ สำนักงาน คดีปราบปรามการทุจริต สำนักงานอัยการสูงสุด แล้วนั้น
กรมสอบสวนคดีพิเศษ ขอรายงานความคืบหน้าว่าเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2569 พนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้รับแจ้งว่า พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต 1 ได้ยื่นฟ้อง บริษัท ป.รวีกนก ก่อสร้าง จำกัด ที่ 1 กำนันนกกับพวก รวม 21 รายเป็นจำเลยต่อ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ตามที่กรมสอบสวนคดีพิเศษได้เสนอสำนวนไปแล้ว นอกจากนี้ คดีการฮั้วประมูลในโครงการอื่นที่กระทำการโดยกำนันนกกับพวกอีกกลุ่มหนึ่งยังอยู่ระหว่างการสอบสวนอย่างต่อเนื่องโดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงานการสอบสวน สำนักงานอัยการสูงสุด และกองบัญชาการสอบสวนกลาง (CIB) ซึ่งหากมีความคืบหน้าจะรายงาน ให้ประชาชนผ่านสื่อสาธารณะทราบต่อไป

ทั้งนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ มีการบังคับใช้กฎหมายทางอาญา (Regulation Enforcement) เกี่ยวกับ คดีอาชญากรรมทางเศรษฐกิจที่สำคัญและประชาชนให้ความสนใจอย่างกว้างขวาง เป็นไปตามดัชนีหลักนิติธรรม (Rule of Law Index) โดยมีการบูรณาการร่วมกันกับหลายหน่วยงาน ทั้ง กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมบัญชีกลาง กรมการปกครองส่วนท้องถิ่น เครือข่ายภาคประชาชน อาทิ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เครือข่ายต่อต้านการฮั้วประมูลในพื้นที่ โดยการบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน (Strong Collaboration) เป็นนโยบายหลักประการสำคัญของ พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษเพื่อสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงยุติธรรม เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่น ในการป้องกันปราบปราม สืบสวนสอบสวนคดีในความรับผิดชอบ เพื่อให้การบริหารองค์มีความยั่งยืนตามหลัก ธรรมาภิบาลต่อไป
ผู้สื่อข่าวนครบาล รายงาน