ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. และพล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. สั่งการให้ พ.ต.อ.จักรพันธ์ โอสถากันต์ ผกก. สส.2 บก. สส. บช.น.,พ.ต.ต.สรวิชญ์ มูกขุนทด สว.กก.สืบสวน 2 บก.สส.บช.น, ร.ต.ต.ทชภณ วงศ์สง่า รอง สว.กก.สืบสวน 2 บก.สส.บช.น. พร้อมกำลังชุดปฏิบัติการ ปิดล้อมจับกุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับคดีลักทรัพย์รายใหญ่ที่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนย่านพญาไท

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนแกะรอยจากกล้องวงจรปิด เหตุลักทรัพย์ภายในซอยอินทามระ 15 เมื่อวันที่ 4 ม.ค. ที่ผ่านมา จนทราบว่าคนร้าย รายนี้คือ นายสุพรรณ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 43 ปี ชาวจังหวัดนครราชสีมา จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับที่ 92/2569 ต่อมาเจ้าหน้าที่สืบทราบว่านายสุพรรณได้ขับรถยนต์หรู ยี่ห้อ BENZ สีขาว ทะเบียน 4ขล 1134 กรุงเทพมหานคร หลบหนีไปกบดานในพื้นที่ จ.นครราชสีมา

จึงนำกำลังสะกดรอยติดตาม จนกระทั่งพบตัวขณะจอดรถแวะที่หน้าเซเว่น อีเลฟเว่น สาขาหนองระเวียง อ.พิมาย จ.นครราชสีมา เมื่อเวลา 13.10 น. ของวันที่ 9 ม.ค. จึงเข้าจับกุมตัวตามหมายจับในข้อหา ลักทรัพย์ในเคหสถาน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ฯ ซึ่งนายสุพรรณยอมรับสารภาพว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง ปฏิบัติการเข้มตามกฎหมายใหม่ (พ.ร.บ. มาตรา 22) จากการสอบสวนนายสุพรรณ ผู้ต้องหายังให้การปฎิเสธ

ทั้งนี้ พฤติการณ์นายสุพรรณ (โจรฮู้ดดำ) ได้ปีนเข้าบ้านพักในซอยอินทามระ 15 กวาดทรัพย์สินเครื่องประดับ เพชร และทองคำรวม 14 รายการ มูลค่ากว่า 1,188,000 บาท รวมถึงแหวนนามสกุล พฒวังษี ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญที่เจ้าหน้าที่ใช้ในการกดดันและแกะรอยจนนำไปสู่การจับกุมในครั้งนี้ จึงควบคุมตัวนายสุพรรณ ส่งพนักงานสอบสวน สน.บางซื่อ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและขยายผลติดตามทรัพย์สินที่เหลือกลับคืนสู่เจ้าของต่อไป
ผู้สื่อข่าวนครบาล รายงาน