ไม่สะทกสะท้าน เปิดปากมือรัวยิง 10 นัด ช่างแอร์ดับอนาถกลางถนน
ข่าวอาชญากรรม

ไม่สะทกสะท้าน เปิดปากมือรัวยิง 10 นัด ช่างแอร์ดับอนาถกลางถนน

ความคืบหน้ากรณีคนร้ายใช้อาวุธปืนรัวยิงนายวรพจน์ ช่างแอร์ เสียชีวิต หลังถูกยิงเกือบ 10 นัด ภายในซอยประชาอุทิศ 27 แยก 8 แขวงและเขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพมหานคร ต่อมาตำรวจสามารถติดตามจับกุมนายชินวัตร์ อายุ 44 ปี ผู้ต้องหา ได้ที่ห้องพักภายในซอยประชาอุทิศ 33 แยก 10 แขวงบางมด เขตทุ่งครุ ก่อนคุมตัวกลับมาสอบปากคำที่ สน.ราษฎร์บูรณะ และนำไปตรวจยึดของกลางเป็นอาวุธปืนกึ่งอัตโนมัติ ขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก เสื้อผ้าที่สวมใส่ขณะก่อเหตุ และรถจักรยานยนต์ที่ใช้หลบหนี

บรรยากาศที่ สน.ราษฎร์บูรณะ วันนี้ (8 ม.ค. 2569) นายชินวัตร์ ผู้ต้องหา ยังคงถูกควบคุมตัวอยู่ภายในห้องขัง โดยเจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาได้สอบปากคำตลอดทั้งคืน ซึ่งผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ อ้างว่าปมก่อเหตุเกิดจากปัญหาปากเสียงที่สะสมกันมาเป็นเวลานาน อย่างไรก็ตาม รายละเอียดว่าเป็นความขัดแย้งกับใคร และเกี่ยวข้องโดยตรงกับผู้เสียชีวิตหรือไม่ ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนเพิ่มเติม เบื้องต้นยังไม่พบความเชื่อมโยงกับปัญหายาเสพติด

หลังสอบปากคำ ผู้ต้องหาถูกนำตัวกลับเข้าห้องควบคุมตัว โดยมีท่าทีปกติ ไม่แสดงอาการเครียดหรือโวยวาย และในช่วงเช้ามีแฟนสาวนำอาหารและน้ำมาให้ ซึ่งสามารถรับประทานได้ตามปกติ

สำหรับการสอบสวนเพิ่มเติมในวันนี้ จะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของพนักงานสอบสวน ขณะที่ในวันพรุ่งนี้เตรียมนำตัวผู้ต้องหาไปฝากขังต่อศาลอาญาธนบุรี ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยใช้อาวุธปืน และความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พร้อมคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์ มีอัตราโทษสูง และเกรงว่าจะหลบหนี

ด้านนายแชมป์ อายุ 38 ปี เพื่อนผู้เสียชีวิต ให้ข้อมูลว่า ก่อนเกิดเหตุผู้เสียชีวิตได้ขี่รถจักรยานยนต์มานั่งเล่นที่บ้านตน ต่อมาตนกำลังจะออกไปกินข้าวกับแฟน ส่วนผู้เสียชีวิตก็เตรียมตัวกลับบ้าน โดยถอยรถจักรยานยนต์ออกไปก่อน จากนั้นได้ยินเสียงคล้ายประทัดดังขึ้น จึงยังไม่เอะใจ กระทั่งได้ยินเสียงคนตะโกน จึงรีบออกไปดูและโทรแจ้งตำรวจ ขณะนั้นบริเวณดังกล่าวมืดมาก ไม่สามารถมองเห็นว่าคนร้ายยังอยู่ในที่เกิดเหตุหรือไม่

ส่วนความเกี่ยวข้องระหว่างนายชินวัตร์กับผู้เสียชีวิต นายแชมป์ระบุว่าไม่ทราบรายละเอียด รู้เพียงว่าผู้ต้องหาทำงานอยู่ในซอยที่เกิดเหตุ และไม่ทราบสาเหตุจูงใจ อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าในอดีตเคยมีปากเสียงกับผู้ก่อเหตุในลักษณะมองหน้ากันและไม่ชอบหน้ากัน แต่ไม่ถึงขั้นทำร้ายร่างกาย จึงไม่แน่ใจว่าจะเป็นสาเหตุที่นำไปสู่เหตุรุนแรงครั้งนี้หรือไม่ และไม่ต้องการกล่าวหาใครโดยไม่มีหลักฐาน

ข่าวที่คุณอาจสนใจ