ลูกสาวเหยื่อ ร้องสื่อช่วย ตร.-ตม. ปล่อย ผู้ต้องหาคดี ปลิดชีพ-ขืนใจแม่ กลับเมียนมา ทั้งๆ ที่รอดำเนินคดี
ข่าวอาชญากรรม

ลูกสาวเหยื่อ ร้องสื่อช่วย ตร.-ตม. ปล่อย ผู้ต้องหาคดี ปลิดชีพ-ขืนใจแม่ กลับเมียนมา ทั้งๆ ที่รอดำเนินคดี

เมื่อเวลา 06.30 น.วันที่ 3 ธ.ค.2569 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจาก นางสาว กาญจน์ณัฏฐา กวินยอดยิ่ง อายุ 39 ปี บุตรสาวของผู้เสียชีวิต ร้องขอความเป็นธรรมกับสื่อมวลชนและเพจนครแม่สอด กรณีชาวเมียนมาสังหารรัดคอแม่ของตนเอง ตำรวจจับได้ใน 2 วัน สุดท้ายทำเอางง ปล่อยตัวกลับประเทศ ทั้งที่ยังต้องรอดำเนินคดีอยู่ แถมหลักฐานมัดแน่น พอถามกลับโยนกันไปมา

โดยคดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 พ.ย. 2568 เวลาประมาณ 8.30 น. ร.ต.อ.ชัชวาลย์ ก๋าเครือคำ พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรพะวอ ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุสื่อสารสถานีตำรวจภูธรพะวอ ว่ามีผู้พบศพคนนอนเสียชีวิต อยู่บริเวณไร่ข้าวโพด หมู่ 8 ตำบลพะวอ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และออกไปตรวจที่เกิดเหตุ

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบเป็นไร่ข้าวโพดที่เก็บเกี่ยวข้าวโพดแล้วเสร็จ พบศพนางใหม่ กวินยอดยิ่ง อายุ 57 ปี ชาว ต.มหาวัน อ.แม่สอด จังหวัดตาก นอนเสียชีวิตอยู่บริเวณในไร่ช้าวโพด โดยสภาพศพสวมเสื้อยึดสีฟ้า และสวมเสื้อสีดำแบบชาวม้งทับอีกชั้นหนึ่ง สวมใส่กางเกงผ้าร่มขายาวสีดำ สวมถุงเท้าสีขาว จากการตรวจสภาพศพพบรอยซ้ำบริเวณลำคอ และมีเลือดแห้งติดบริเวณตาและใบหูห่างจากด้านบนของศีรษะผู้เสียชีวิต

ถัดไปประมาณ 3 เมตร พบกางเกงในสีชมพูของผู้เสียชีวิตตกอยู่ ห่างจากปลายเท้าของผู้เสียชีวิตประมาณ 2 เมตร พบหยดเลือดแห้งติดบนพื้นดิน หวีสีดำ 1 อัน สายชาร์ตโทรศัพท์สีขาว 1 เส้น รองเท้าบู๊ทสีน้ำตาล จำนวน 1 คู่ ตะกร้าใส่ผัก จำนวน 1 ใบ และห่างจากศีรษะผู้เสียชีวิต พบเคียวที่ใช้เก็บเกี่ยวพืชไร่ตกอยู่ 1 อัน จากนั้น จนท.จึงได้ทำการถ่ายภาพที่เกิดเหตุ ทำบันทึกที่เกิดเหตุ และจัดทำแผนที่เกิดเหตุไว้แล้ว และนำร่างส่งชันสูตรยังโรงพยาบาลแม่สอด

ในขณะที่บุตรสาวของผู้เสียชีวิต ได้ร้องเรียนมายังสื่อ โดยได้เล่าให้ฟังว่า หลังจากที่เกิดเรื่องกับแม่ของเธอจนวันที่ 14 พ.ย. 68 ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พะวอ ได้จับกุมตัวคนร้ายชาวเมียนมา ที่สังหารและขืนใจแม่ของเธอ มาไว้ที่ สภ.พะวอ จับได้ที่เพิงพักใกล้กันกับสถานที่เกิดเหตุ ก็ได้นำมาสอบสวนเรื่องรายละเอียด ก่อนถูกส่งตัวตม.เพื่อฝากขังในวันที่ 15 พ.ย.68 เพื่อรอผลชันสูตร

ต่อมา ในวันที่ 17 พ.ย.2568 ผลตรวจดีเอ็นเอ ออกมาปรากฏว่า ตรงกับหลักฐานทุกอย่าง แต่ตัวคนร้ายทราบชื่อคือ นายโทนตาอ่อง อายุ 50 ปี ไม่มีนามสกุล สัญชาติเมียนมากับนาย อะตือ อายุ 41 ปี ไม่มีนามสกุล สัญชาติเมียนมา ถูกปล่อยตัว ออกนอกประเทศ ทั้งที่ยังถูกดำเนินคดีอยู่เพราะเป็นคดีอุฉกรรจ์

โดยบุตรสาวผู้เสียหาย เล่าต่อว่า แม่ของเธอถูกคนร้ายสังหารอย่างเหี้ยมโหด ที่นาข้าว บ้านปางวัว อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 ตำรวจจับคนร้ายได้วันที่ 13 พฤศจิกายน คนร้ายเป็นชาวเมียนมา 2 คน ระหว่างรอผลตรวจ DNA ตำรวจจึงนำตัวคนร้ายไปฝากขังที่คุกของ ตม. แม่สอด

แต่สุดท้ายแล้ว ไม่รู้เกิดอะไรขึ้น ตม.ได้ปล่อยตัวคนร้ายให้เดินทางออกนอกประเทศไป ตนเป็นผู้เสียหาย เป็นลูกสาวผู้เสียชีวิต มารู้ทีหลังว่าตำรวจปล่อยตัวคนร้ายไปแล้ว โดยไม่ได้ประสานงานกับร้อยเวรเจ้าของคดี

ทำให้คนร้ายโดนปล่อยตัวกลับประเทศไป และวันนี้ผลตรวจ DNA ออกมาแล้ว พบว่าตรงกับผู้ก่อเหตุทุกอย่าง ตอนนี้ต้องทำยังไง ตำรวจทำงานกันแบบนี้ พอไปสอบถามว่า ทำไมถึงปล่อยคนร้ายหนีไป ตำรวจก็โยนกันไปโยนกันมา ตอนนี้ผู้เสียหายไม่รู้จะไปเรียกร้องความเป็นธรรมจากที่ไหน ตำรวจกับ ตม. ทำงานแบบนี้ความยุติธรรมไม่รู้อยู่ไหน

ผู้สื่อข่าวจังหวัดตาก รายงาน