ตร.ไซเบอร์ทลายเว็บพนันรายใหญ่เงินหมุนกว่า 240 ล้านต่อปี ยึดทรัพย์กว่า 100 ล้าน เงินสด ทองคำ เครื่องประดับหรูเพียบ
ตร.ไซเบอร์ทลายเว็บพนันรายใหญ่เงินหมุนกว่า 240 ล้านต่อปี ยึดทรัพย์กว่า 100 ล้าน เงินสด ทองคำ เครื่องประดับหรูเพียบ
ข่าวอาชญากรรม

ตร.ไซเบอร์ทลายเว็บพนันรายใหญ่เงินหมุนกว่า 240 ล้านต่อปี ยึดทรัพย์กว่า 100 ล้าน เงินสด ทองคำ เครื่องประดับหรูเพียบ

ฟังข่าวนี้

วันนี้ (1 มี.ค. 68) ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท. นำหมายศาลจังหวัดสมุทรปราการ เข้าตรวจค้นห้องพักอาศัย จำนวน 9 ห้อง ภายในอพาร์ทเม้นท์ แห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรปราการ หลังสืบทราบว่าสถานที่แห่งนี้เป็น ที่ทำการของเครือข่ายเว็บการพนัน ซึ่งจากการตรวจค้น พบแอดมินเว็บการพนันจำนวน 5 คน พร้อมอุปกรณ์คอมพิวเตอร์จำนวน 10 เครื่อง โทรศัพท์มือถือจำนวน 6 เครื่อง อุปกรณ์ส่งสัญญาณอินเตอร์เน็ต และกล้องวงจรปิดอีกหลายรายการ

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ เปิดเผยว่า ตำรวจได้ขยายผลเข้าควบคุมตัวนายกิตติศักดิ์ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ซึ่งมีหน้าที่เป็นคนกดเงินสด ให้กับเครือข่ายเว็บพนัน ขณะกำลังถอนเงินสดที่หน้าตู้เอทรเอ็ม ภายในห้างสรรพสินค้าย่านศรีนครินทร์ กรุงเทพมหานคร และพาเข้าไปตรวจค้นภายในบ้านพักจำนวน 2 เป้าหมาย ในพื้นที่เขตบางนาและเขตสวนหลวง สามารถตรวจยึดเงินสดได้จำนวนกว่า 10 ล้านบาท คอมพิวเตอร์อีกจำนวนหนึ่งทองคำแท่ง พระเครื่องเลี่ยมทอง โทรศัพท์มือถืออีกจำนวนกว่า 10 เครื่อง สมุดบัญชีเงินฝากและบัตรกดเงินสดอีกกว่า 85 รายการ รถยนต์ 1 คัน และข้าวของเครื่องใช้แบรนด์เนมและทรัพย์สินอื่นๆ รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ยึดได้ถูกกว่าทั้งหมด 100 ล้านบาท

จากการปฏิบัติการทั้งหมด สืบเนื่องจากตำรวจสายตรวจอาชญากรรมทางออนไลน์ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนว่ามีการลักลอบเปิดเว็บการพนันออนไลน์ จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่าเครือข่ายเว็บการพนันดังกล่าวมีเงินหมุนเวียนกว่า 20 ล้านบาทต่อเดือน คาดว่ารวมกันประมาณ 240 ล้านบาทต่อปี จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับผู้ร่วมขบวนการทั้งหมดจำนวน 12 คน ซึ่งจากผลการปฏิบัติงานในครั้งนี้สามารถจับได้เพียงแค่ 1 คน และจับผู้กระทำความผิดซึ่งหน้า 5 คน ที่เหลืออยู่ระหว่างการเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดี ซึ่งข้อมูลตำรวจทราบตัวผู้อยู่เบื้องหลังเว็บไซต์การพนันดังกล่าวแล้ว

ซึ่งจากการสอบปากคำผู้ต้องหาทั้งหมด ทุกคนให้การรับสารภาพว่าร่วมการกระทำความผิดจริง จึงนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย และเร่งขยายผลเพื่อติดตามจับกลุ่มผู้ต้องหาและผู้ร่วมขบวนการมาเอาผิดเพิ่มเติม

ผู้สื่อข่าวนครบาล ทีมข่าวสยามนิวส์ รายงาน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ