ตำรวจไซเบอร์รวบม้าไรเดอร์ติดกำไล EM แก๊งหลอกเทรดคริปโต พบเหยื่อทั่วประเทศ ความเสียหายกว่า 20 ล้านบาท
ตำรวจไซเบอร์รวบม้าไรเดอร์ติดกำไล EM แก๊งหลอกเทรดคริปโต พบเหยื่อทั่วประเทศ ความเสียหายกว่า 20 ล้านบาท
ข่าวอาชญากรรม

ตำรวจไซเบอร์รวบม้าไรเดอร์ติดกำไล EM แก๊งหลอกเทรดคริปโต พบเหยื่อทั่วประเทศ ความเสียหายกว่า 20 ล้านบาท

ฟังข่าวนี้

ตามนโยบายของรัฐบาล นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี, นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร ผบ.ตร. ที่ให้ทำการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่ส่งผลกระทบต่อความเดือดร้อนของประชาชน กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดย พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สพฐ.ตร.รรท.ผบช.สอท. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ภูมิพัฒน์ ภัทรศรีวงษ์ชัย ผบก.สอท.5, พ.ต.อ.ฐาปกรณ์ หนุมาศ ผกก.3 บก.สอท.5 เร่งสืบสวนดำเนินการจับกุมตัวผู้กระทำผิด

สืบเนื่องจากได้มีผู้เสียหายจำนวนมากเข้าร้องทุกข์ว่า ตนเองได้ถูกชักชวนให้ลงทุนในทรัพย์สินดิจิทัล (คริปโตเคอร์เรนซี่) ผ่านแพลตฟอร์มชื่อต่างๆ อาทิ เช่น Tixhda, parachain global เป็นต้น และได้มีแอดมินมาชักชวนลงทุน โดยอ้างว่าจะได้ผลตอบแทนกำไรวันละ 10-15% ต่อยอดเงินการลงทุน ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงได้สมัครลงทุนในแพลตฟอร์มดังกล่าว และได้โอนเงินเพื่อลงทุนเพื่อหวังผลกำไรไปจำนวนหลายครั้งผ่านบัญชีม้า และเมื่อผู้เสียหายจะถอนเงิน ได้ถูกอ้างว่าจะต้องเสียค่าธรรมเนียมอีกกว่าเป็นหลักแสน ภายหลังไม่สามารถติดต่อแอดมินได้ จึงเชื่อว่าได้ถูกกลุ่มมิจฉาชีพหลอกลวง จึงได้มาแจ้งความดำเนินคดี จากการตรวจสอบพบว่ามีผู้เสียหายตกเป็นเหยื่อจำนวนมากกระจายอยู่ทั่วประเทศ ซึ่งนับมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 20 ล้านบาทเศษ

ต่อมาพนักงานสอบสวนจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ รวมถึงเส้นทางการเงินที่กลุ่มผู้เสียหายได้โอนเงิน จากการถูกหลอกลวง จนสามารถขอศาลออกหมายจับกลุ่มผู้กระทำผิดในขบวนการดังกล่าวได้ จึงได้เร่งรัดให้ชุดสืบสวนดำเนินการจับกุมตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี

จนกระทั่งเมื่อต้นเดือนธันวาคม 2567 ซึ่งเป็นห้วงระดมหมายจับกุมในการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ต.อ.ฐาปกรณ์ หนุมาศ ผกก.3 บก.สอท.5, พ.ต.ท.ปฐมพงศ์ มีอยู่ รอง ผกก.3 บก.สอท.5 สั่งการให้ ชุดสืบสวน กก.3 บก.สอท.5 ได้ดำเนินการจับกุม นายกษิดิ์เดช (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 22 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพังงาที่ 108/2567 ซึ่งทำหน้าที่เปิดบัญชีม้าให้กับขบวนการหลอกลงทุนในเครือข่ายดังกล่าว โดยจับกุมได้ที่หน้าห้องเช่าแห่งหนึ่ง ในพื้นที่เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ขณะกำลังขับรถจักรยานยนต์วิ่งส่งอาหาร (พนักงาน ไรเดอร์) ในบริเวณดังกล่าว

ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่นโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง เพื่อหลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง เพื่อให้ได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวง และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน”

จากการสอบถาม นายกษิดิ์เดชฯ ผู้ถูกจับกุม ให้การว่าตนเองได้ถูกว่าจ้างจากคนรู้จักชักชวนให้เปิดบัญชีธนาคารรูปแบบออนไลน์ ในราคาค่าจ้างบัญชีละ 2,000 บาท โดยอ้างว่าจะนำบัญชีไปใช้ในการค้าขาย ภายหลังมาทราบว่าบัญชีของตนเองถูกนำมาใช้ในขบวนการหลอกลงทุนจึงได้หลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่เรื่อยมา จนมาถูกจับกุมตัวในที่สุด อีกทั้งขณะถูกจับกุมตัว นายกษิดิ์เดชฯ ยังมีกำไล EM ติดที่บริเวณขา เนื่องจากเคยถูกจับกุมในความผิดลักษณะดังกล่าวมาก่อนหน้านี้และอยู่ในระหว่างประกันตัวสู้คดีในชั้นศาล ชุดสืบสวน กก.3 บก.สอท.5 จึงควบคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน กก.1 บก.สอท.5 เพื่อดำเนินคดีและขยายผลผู้ร่วมกระทำผิดต่อไป

ผู้สื่อข่าวนครบาล ทีมข่าวสยามนิวส์ รายงาน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ