เช็กก่อนสาย! จักษุแพทย์ EBH เผย 5 สัญญาณ ต้อกระจก ระยะแรก ที่หลายคนมองข้าม
เช็กก่อนสาย! จักษุแพทย์ EBH เผย 5 สัญญาณ ต้อกระจก ระยะแรก ที่หลายคนมองข้าม
สุขภาพ

เช็กก่อนสาย! จักษุแพทย์ EBH เผย 5 สัญญาณ ต้อกระจก ระยะแรก ที่หลายคนมองข้าม

ฟังข่าวนี้

หากจะพูดถึงเรื่องสุขภาพดวงตา เชื่อว่าหลายคนอาจเคยสังเกตว่าตัวเองมองเห็นแสงไฟหน้ารถหรือไฟถนนแตกเป็นวง เห็นแสงฟุ้งหรือมีรัศมีรอบดวงไฟในเวลากลางคืน รวมถึงรู้สึกว่าภาพที่มองเห็นไม่คมชัดเหมือนเดิม แต่กลับเข้าใจว่าเป็นเพียงอาการเมื่อยล้าของดวงตาหรือการเปลี่ยนแปลงของสายตาตามวัย ทั้งที่อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณระยะแรกของ โรคต้อกระจก ซึ่งเป็นโรคทางตาที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ และเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของการสูญเสียการมองเห็นที่สามารถรักษาได้

พญ.เพชรลดา ภิญโญเศรษฐ์ จักษุแพทย์ผู้ชำนาญการด้านกระจกตาและการผ่าตัดแก้ไขสายตา EBH โรงพยาบาลตากรุงเทพ อธิบายว่า ต้อกระจกเกิดจากการเสื่อมของเลนส์แก้วตาตามธรรมชาติ ส่งผลให้เลนส์ตาที่เดิมมีความใสเริ่มขุ่นมัว ทำให้แสงผ่านไปยังจอประสาทตาได้ไม่เต็มที่ ผู้ป่วยจึงเริ่มมีอาการตามัว ภาพไม่คมชัด สีสันดูซีดหรือหม่นลง รวมถึงเห็นแสงฟุ้งและรัศมีรอบดวงไฟ โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืน

พญ.เพชรลดากล่าวว่า ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยเข้าใจว่าอาการดังกล่าวเป็นเพียงการเสื่อมของสายตาตามวัย จึงปล่อยให้อาการดำเนินต่อไปจนโรคมีความรุนแรงมากขึ้น ทั้งที่หากตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น จะสามารถวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม และช่วยให้การมองเห็นกลับมามีประสิทธิภาพได้

สำหรับต้อกระจกเป็นโรคที่ค่อย ๆ พัฒนา โดยอาการด้านการมองเห็นจะเปลี่ยนแปลงไปตามระยะของโรค เริ่มจาก ระยะเริ่มต้น ผู้ป่วยจะรู้สึกว่าภาพไม่คมชัด สีสันดูหม่นลง โดยเฉพาะสีขาวที่อาจมองเห็นเป็นสีออกเหลือง และอาจรู้สึกว่าต้องเพิ่มแสงสว่างในการอ่านหนังสือ

เมื่อเข้าสู่ ระยะปานกลาง ความขุ่นของเลนส์ตาจะเพิ่มมากขึ้น ทำให้มองเห็นแสงไฟฟุ้งกระจายหรือมีรัศมีรอบดวงไฟ หรือที่เรียกว่า Halos ส่งผลให้การขับรถในเวลากลางคืนทำได้ยากขึ้น และการมองเห็นลดลงอย่างชัดเจน

ส่วน ระยะต้อสุก เลนส์ตาจะขุ่นเกือบทั้งหมด ทำให้ผู้ป่วยอาจมองเห็นได้เพียงเงาหรือแสงรำไร หากปล่อยไว้อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน เช่น ต้อหิน และทำให้การรักษามีความยุ่งยากมากขึ้น

ทั้งนี้ มี 5 สัญญาณเตือน ที่ไม่ควรมองข้าม หากพบว่าตนเองหรือคนในครอบครัวมีอาการดังต่อไปนี้ ควรเข้ารับการตรวจจากจักษุแพทย์ ได้แก่

1. มองเห็นแสงฟุ้งหรือรัศมีรอบดวงไฟ โดยเฉพาะเวลากลางคืน

2. มองเห็นภาพซ้อน แม้ปิดตาข้างหนึ่งแล้ว

3. ต้องเปลี่ยนแว่นสายตาบ่อย เพราะมองเห็นไม่ชัดเหมือนเดิม

4. ไวต่อแสงหรือแพ้แสงมากขึ้น ต้องหรี่ตาเมื่อเจอแสงแดดหรือไฟสว่าง

5. การมองเห็นเปลี่ยนไปโดยไม่ทราบสาเหตุ เช่น อ่านหนังสือได้ดีขึ้นชั่วคราว ทั้งที่เคยต้องใส่แว่นสายตายาว

แม้อาการเหล่านี้อาจดูไม่รุนแรงในระยะแรก แต่หากปล่อยไว้ ความขุ่นของเลนส์ตาจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และอาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ทั้งการอ่านหนังสือ การดูโทรทัศน์ การทำงาน และการขับรถ รวมถึงอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการหกล้มในผู้สูงอายุ

ปัจจุบันต้อกระจกสามารถรักษาได้ ไม่จำเป็นต้องรอให้ต้อสุก

สำหรับแนวทางการรักษา ปัจจุบันมีเทคนิคที่มีความปลอดภัยและแม่นยำมากขึ้น โดยใช้วิธี Phacoemulsification หรือการสลายต้อกระจกด้วยคลื่นอัลตราซาวด์ผ่านแผลขนาดเล็ก จากนั้นใส่เลนส์แก้วตาเทียมที่เหมาะสมกับสภาพดวงตาและรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้ป่วยแต่ละราย โดยมีทั้งเลนส์ระยะเดียว เลนส์หลายระยะ และเลนส์สำหรับแก้ไขสายตาเอียง ซึ่งช่วยให้ผู้ป่วยกลับมามองเห็นได้ชัดเจนขึ้นและอาจลดการพึ่งพาแว่นสายตา

นอกจากนี้ โรงพยาบาลยังมีการใช้เทคโนโลยี Digital Marker เพื่อช่วยให้จักษุแพทย์สามารถอ้างอิงตำแหน่งและแนวแกนสายตาเอียงของผู้ป่วยระหว่างการผ่าตัดได้แม่นยำมากขึ้น โดยเทคโนโลยีดังกล่าวมีประโยชน์สำหรับผู้ป่วยที่เลือกใช้เลนส์แก้วตาเทียมชนิดแก้สายตาเอียง หรือ Toric IOL เนื่องจากการวางเลนส์ให้ตรงตามแนวแกนที่วางแผนไว้เป็นปัจจัยสำคัญต่อคุณภาพการมองเห็นหลังการรักษา

สำหรับ EBH โรงพยาบาลตากรุงเทพ ให้บริการรักษาโรคต้อกระจกภายใต้แนวคิด Personalized Eye Care โดยมีทีมจักษุแพทย์เฉพาะทางและเครื่องมือสำหรับการตรวจวินิจฉัยและการผ่าตัด ตั้งแต่การประเมินสุขภาพดวงตา การคำนวณเลนส์แก้วตาเทียม การเลือกชนิดเลนส์ให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย ตลอดจนการติดตามผลหลังผ่าตัด

พญ.เพชรลดา ภิญโญเศรษฐ์ จักษุแพทย์ผู้ชำนาญการด้านกระจกตาและการผ่าตัดแก้ไขสายตา EBH โรงพยาบาลตากรุงเทพ

พญ.เพชรลดากล่าวทิ้งท้ายว่า ต้อกระจกไม่ใช่โรคที่จำเป็นต้องรอจนการมองเห็นลดลงอย่างมากจึงเข้ารับการรักษา หากเริ่มมีอาการเห็นแสงฟุ้ง ตามัว หรือขับรถในเวลากลางคืนได้ลำบาก ควรเข้ารับการตรวจจากจักษุแพทย์ เพื่อประเมินสาเหตุและวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม เพราะการตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจะช่วยให้สามารถวางแผนการรักษาและฟื้นฟูคุณภาพการมองเห็นได้อย่างเหมาะสม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ