วันที่ 30 ม.ค.2569 โรงพยาบาลกรุงเทพจันทบุรี ให้ความรู้เกี่ยวกับ “ภาวะมดลูกแตก” โดยระบุว่า รู้จัก ภาวะมดลูกแตก ภาวะฉุกเฉินที่อันตรายกว่าที่คิด
ภาวะมดลูกแตก (Uterine Rupture) เป็นหนึ่งในภาวะฉุกเฉินทางสูติกรรมที่แพทย์กังวลมากที่สุด แม้จะพบไม่บ่อย แต่หากเกิดขึ้นแล้ว ความรุนแรงอาจเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และอาจเป็นอันตรายต่อทั้งคุณแม่และทารกในครรภ์ได้ในเวลาอันสั้น
ภาวะนี้คือการที่ผนังมดลูกฉีกขาดทะลุครบทุกชั้น ทำให้ทารกอาจหลุดออกจากโพรงมดลูกเข้าไปอยู่ในช่องท้องของมารดา ซึ่งถือเป็นสถานการณ์วิกฤตที่ต้องได้รับการผ่าตัดช่วยเหลือทันที
โดยภาพรวม โอกาสเกิดภาวะมดลูกแตกพบได้น้อยมาก แต่ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนในคุณแม่ที่เคยผ่าคลอดมาก่อน โดยเฉพาะผู้ที่มีแผลผ่าคลอดแบบแนวตั้ง ซึ่งแพทย์มักไม่แนะนำให้คลอดเองทางช่องคลอด เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงกว่าปกติ
ภาวะมดลูกแตก อาการเตือนที่ไม่ควรมองข้าม
1.ปวดท้องรุนแรงเฉียบพลัน แตกต่างจากอาการเจ็บครรภ์ปกติ
2.มีเลือดออกทางช่องคลอด หรือแน่นท้อง ปวดไหล่จากเลือดในช่องท้อง
3.หน้ามืด เหงื่อออก ชีพจรเร็ว ความดันตก (สัญญาณของภาวะช็อก)
4.ลูกดิ้นน้อยลง หรือพบความผิดปกติของอัตราการเต้นหัวใจทารก
หากสงสัย ต้องทำอย่างไร
1.รีบไปโรงพยาบาลทันที ไม่ควรรอดูอาการ
2.แพทย์จะประเมินภาวะฉุกเฉินอย่างเร่งด่วน และเฝ้าระวังทารกอย่างใกล้ชิด
3.จำเป็นต้องผ่าตัดฉุกเฉิน เพื่อช่วยชีวิตแม่และลูก พร้อมดูแลภาวะเสียเลือดอย่างเหมาะสม
การฝากครรภ์อย่างสม่ำเสมอ การแจ้งประวัติการผ่าคลอดหรือการผ่าตัดมดลูกให้แพทย์ทราบตั้งแต่ต้น คือหัวใจสำคัญในการลดความเสี่ยงและป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น ปรึกษา ฝากครรภ์ และดูแลการตั้งครรภ์อย่างใกล้ชิด กับศูนย์สุขภาพสตรี โรงพยาบาลกรุงเทพจันทบุรี พร้อมทีมสูติแพทย์และสหสาขาวิชาชีพ ดูแลคุณแม่และลูกน้อยอย่างปลอดภัยในทุกช่วงของการตั้งครรภ์