“ศศิกานต์” จี้ สปส. รื้อระบบ รพ.เอกชนคู่สัญญา หลังสามีครูทรายเสียชีวิต ชง 3 มาตรการเด็ดขาด ปกป้องผู้ประกันตน
“ศศิกานต์” จี้ สปส. รื้อระบบ รพ.เอกชนคู่สัญญา หลังสามีครูทรายเสียชีวิต ชง 3 มาตรการเด็ดขาด ปกป้องผู้ประกันตน
ข่าวการเมือง

“ศศิกานต์” จี้ สปส. รื้อระบบ รพ.เอกชนคู่สัญญา หลังสามีครูทรายเสียชีวิต ชง 3 มาตรการเด็ดขาด ปกป้องผู้ประกันตน

ฟังข่าวนี้

นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้กล่าวแสดงความเสียใจต่อกรณีการเสียชีวิตของสามีครูทรายในจังหวัดราชบุรี ซึ่งเข้ารับการรักษาพยาบาลตามสิทธิประกันสังคม เหตุการณ์ดังกล่าวได้ชี้ให้เห็นถึงปัญหาและช่องว่างเชิงโครงสร้างในการกำกับดูแลมาตรฐานสถานพยาบาลเอกชนที่เข้าร่วมระบบประกันสังคม ซึ่งเป็นอันตรายต่อผู้ประกันตน

นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ เสนอ 3 มาตรการเด็ดขาดเพื่อยกระดับระบบประกันสังคม.
นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ เสนอ 3 มาตรการเด็ดขาดเพื่อยกระดับระบบประกันสังคม.

นางสาวศศิกานต์ ระบุว่า เมื่อโรงพยาบาลเอกชนได้รับเงินรายหัวจากผู้ประกันตนที่ถูกหักจากเงินเดือนทุกเดือน สิ่งที่ต้องส่งมอบกลับคืนคือความปลอดภัยสูงสุดและการรักษาพยาบาลตามมาตรฐานที่กำหนดไว้

เพื่อยกระดับการดูแลผู้ประกันตนตามสิทธิประกันสังคม และแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างที่เกิดขึ้น นางสาวศศิกานต์จึงได้เสนอ 3 แนวทางสำคัญ ดังนี้

1. **ยกระดับการบังคับใช้ พ.ร.บ.ประกันสังคม** ตามมาตรา 15 และมาตรา 63 โดยให้สำนักงานประกันสังคมและคณะกรรมการการแพทย์ ซึ่งมีอำนาจตามกฎหมาย ยุติการรอรายงานจากโรงพยาบาลคู่สัญญา แต่ให้เปลี่ยนเป็นการส่ง “ทีมผู้ตรวจการเฉพาะกิจ” ลงพื้นที่ตรวจสอบระบบคัดกรองผู้ป่วย (Triage System) และกระบวนการตัดสินใจทางการแพทย์อย่างจริงจัง เนื่องจากกระบวนการที่โรงพยาบาลตรวจสอบกันเองขาดความโปร่งใสและไม่เป็นธรรมต่อผู้สูญเสีย

นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ ชี้ระบบโรงพยาบาลเอกชนคู่สัญญามีช่องว่างอันตรายต่อผู้ประกันตน.
นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ ชี้ระบบโรงพยาบาลเอกชนคู่สัญญามีช่องว่างอันตรายต่อผู้ประกันตน.

2. **ใช้มาตรการลงโทษทางสัญญา ลดโควตาและตัดสิทธิ์คู่สัญญา** การปล่อยให้บุคลากรที่ขาดความพร้อมปฏิบัติหน้าที่ในจุดวิกฤต ถือเป็นการละเมิดสัญญาการจัดหาบุคลากรที่มีมาตรฐานอย่างร้ายแรง สปส. ต้องมีความเด็ดขาดในการใช้มาตรการทางกฎหมายเพื่อลงโทษทางรายได้ ทั้งการ “ลดโควตาผู้ประกันตน” และหากผลสอบสวนพบความประมาทเลินเล่อ ต้องพิจารณาขึ้นบัญชีดำเพื่อ “ปฏิเสธการต่อสัญญา” ในปีถัดไป เพื่อสร้างบรรทัดฐานว่าความผิดพลาดที่แลกด้วยชีวิตนั้นมีต้นทุนที่ต้องรับผิดชอบ

3. **ยกระดับเกณฑ์ประเมินสมรรถภาพแพทย์จุดวิกฤต** ด้วยการออกข้อบังคับกำหนดเกณฑ์ “ประเมินสมรรถภาพของแพทย์” ประจำจุดวิกฤตอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งด้านร่างกายและกระบวนการตัดสินใจ เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในสถานพยาบาลให้ทัดเทียมวิชาชีพความเสี่ยงสูงอื่นๆ

นางสาวศศิกานต์ย้ำว่าไม่ได้ต่อต้านหรือกีดกันแพทย์ที่อายุมาก แต่กำลังพูดถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากอีโก้ นิสัยส่วนตัว หรือความพร้อมในการปฏิบัติงานของแพทย์ โดยกล่าวทิ้งท้ายว่า “สิทธิประกันสังคมต้องไม่ใช่ ‘สิทธิการรักษาเกรดสอง’ ที่ประชาชนต้องลุ้นโชคชะตาหน้าห้องฉุกเฉิน เนื่องจากแรงงานทุกคนจ่ายเงินประกันสังคมเพื่อซื้อหลักประกันความปลอดภัย ไม่ใช่จ่ายเพื่อวัดดวงกับอารมณ์ของหมอในแต่ละวัน”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ