เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2569 นพ.ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า สบส.ได้สั่งการให้พนักงานเจ้าหน้าที่จากศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพที่ 5 (ศบส. 5) จังหวัดราชบุรี ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ราชบุรี ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดราชบุรี หลังถูกร้องเรียนว่าวินิจฉัยอาการป่วยผิดพลาด ทำให้เกิดการรักษาล่าช้าจนผู้ป่วยเสียชีวิต
นพ.ภูวเดช กล่าวว่า คาดว่าจะทราบผลการตรวจสอบเบื้องต้นใน 7 วัน พร้อมย้ำให้สถานพยาบาลเอกชนทุกแห่งปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยยึดความปลอดภัยและชีวิตผู้ป่วยเป็นอันดับหนึ่ง ซึ่งในวันพรุ่งนี้ (20 กรกฎาคม 2569) จะมุ่งตรวจสอบประเด็นสำคัญถึงการให้บริการรักษาพยาบาลของโรงพยาบาลเอกชนดังกล่าวว่า มีการดูแลและประเมินเกณฑ์ผู้ป่วยเป็นไปตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ โดยจะตรวจสอบจากเวชระเบียนและเอกสารทางการแพทย์ของโรงพยาบาล รวมถึงเรียกตัวผู้เกี่ยวข้องทั้งทางฝั่งโรงพยาบาลเอกชนและญาติผู้เสียชีวิตมาให้ถ้อยคำ เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทั้ง 2 ฝ่าย
ด้านทพ.อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดี สบส. เน้นย้ำว่า สถานพยาบาลเอกชนทุกแห่งต้องคำนึงถึงความปลอดภัยต่อชีวิตของผู้ป่วยเป็นอันดับแรก หากสถานพยาบาลขาดผู้เชี่ยวชาญหรืออุปกรณ์ในการรักษาพยาบาลผู้ป่วย จะต้องส่งต่อผู้ป่วยไปยังสถานพยาบาลอื่นอย่างเหมาะสมและทันท่วงที หากพบว่าสถานพยาบาลใดมีการดำเนินการที่ตกเกณฑ์มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด นอกจากผู้ให้บริการจะมีความผิดแล้ว ผู้ดำเนินการสถานพยาบาลก็จะมีความผิดตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ.2541 ฐานไม่ควบคุมและดูแลให้ผู้ประกอบวิชาชีพในสถานพยาบาลปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายวิชาชีพนั้นๆ ซึ่งมีโทษทั้งจำและปรับ และจะส่งเรื่องให้สภาวิชาชีพพิจารณาดำเนินการด้านจริยธรรมของวิชาชีพนั้นๆ ต่อไปด้วย
ทั้งนี้ หากประชาชนได้รับความเสียหายจากการรักษาพยาบาลของโรงพยาบาลเอกชน หรือคลินิก ไม่ว่ากรณีใดก็ตาม หากอยู่ในเขตกรุงเทพฯ สามารถร้องเรียนได้ที่กรม สบส. ทางหมายเลขโทรศัพท์ 02 193 7002 แต่หากอยู่ในส่วนภูมิภาคก็สามารถร้องเรียนได้ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในพื้นที่ได้เช่นกัน
ล่าสุด ทางโรงพยาบาลได้แจ้งว่า ได้ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 2 เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว และมีมติให้แพทย์คนดังกล่าวออกจากการปฏิบัติหน้าที่ของโรงพยาบาลในทันที โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 19 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป
