ไม่ธรรมดา! เปิดประวัติ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร. ป้ายแดง
ไม่ธรรมดา! เปิดประวัติ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร. ป้ายแดง
ข่าวการเมือง

ไม่ธรรมดา! เปิดประวัติ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร. ป้ายแดง

ฟังข่าวนี้

เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 ภายหลังการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธาน ก.ตร. เป็นประธานการประชุม ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ 12 ต่อ 0 แต่งตั้ง พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หรือ บิ๊กราญ ขึ้นดำรงตำแหน่ง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) คนที่ 16 แทน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ซึ่งจะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายน 2569

การได้รับความไว้วางใจครั้งนี้สะท้อนถึงประสบการณ์การทำงานในสำนักงานตำรวจแห่งชาติตลอดกว่า 28 ปี โดย พล.ต.อ.สำราญ ถือเป็นนายตำรวจที่มีอายุราชการเหลือถึงปี 2576 จึงถูกมองว่าจะมีบทบาทสำคัญในการกำหนดยุทธศาสตร์และขับเคลื่อนการปฏิรูปองค์กรในระยะยาว

พล.ต.อ.สำราญ เกิดเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2516 ที่อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 34 และโรงเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่นที่ 50 ก่อนศึกษาต่อจนสำเร็จระดับปริญญาโทและปริญญาเอกด้านรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง อีกทั้งยังผ่านหลักสูตรฝึกอบรมด้านยุทธวิธีและการบริหารระดับสูงทั้งในประเทศและต่างประเทศ

เส้นทางรับราชการเริ่มต้นเมื่อปี 2540 ในตำแหน่งรองสารวัตรสอบสวน สน.พระโขนง ก่อนเติบโตในสายงานสืบสวนและปฏิบัติการ โดยเฉพาะการปฏิบัติหน้าที่ในกองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (191) จนก้าวขึ้นเป็นผู้บังคับการ จากนั้นดำรงตำแหน่งผู้กำกับการ สน.ดอนเมือง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ตามลำดับ

ตลอดการรับราชการ พล.ต.อ.สำราญ มีบทบาทในหลายภารกิจสำคัญ อาทิ การร่วมปฏิบัติการคลี่คลายเหตุกราดยิงที่ห้างเทอร์มินอล 21 จังหวัดนครราชสีมา การบัญชาการแก้ไขสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่สามเหลี่ยมดินแดง รวมถึงการขยายผลกู้วัตถุระเบิดหลายจุดในพื้นที่ภาคใต้ เพื่อรักษาความปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน

ด้านการปราบปรามอาชญากรรม พล.ต.อ.สำราญ เป็นผู้ขับเคลื่อนปฏิบัติการปราบเครือข่ายทุนจีนสีเทา การทุจริตด้านทะเบียนราษฎร ตลอดจนการปราบปรามยาเสพติดในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศอ.ปส.ตร.) ซึ่งสามารถจับกุมคดียาเสพติดได้จำนวนมาก พร้อมยึดของกลางและอายัดทรัพย์สินเครือข่ายค้ายาได้หลายพันล้านบาท

นอกจากนี้ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ยังผลักดันการบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาล จนกองบัญชาการตำรวจนครบาลได้รับผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส (ITA) ในระดับ ผ่านดีเยี่ยม พร้อมให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพและความปลอดภัยของกำลังพล ผ่านการจัดหาอุปกรณ์และฝึกอบรมด้านยุทธวิธีอย่างต่อเนื่อง

สำหรับแนวทางการบริหารงาน พล.ต.อ.สำราญ ประกาศยึดหลักการเป็น ตำรวจของทุกคน มุ่งเน้นความยุติธรรม ความโปร่งใส และการแต่งตั้งบุคลากรตามความเหมาะสม พร้อมผลักดันการนำเทคโนโลยีมาใช้สนับสนุนงานตำรวจและยกระดับความปลอดภัยของประชาชนในทุกมิติ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ