ตู้เย็น เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่แทบจะต้องทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ในทุกครัวเรือน โดยเฉพาะช่วงอากาศร้อนที่ความต้องการเก็บรักษาอาหารและทำความเย็นเพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม หลายคนอาจไม่รู้ว่า การใช้งานผิดวิธี สามารถทำให้ตู้เย็นกินไฟมากกว่าปกติ และยังทำให้อายุการใช้งานของเครื่องสั้นลงอีกด้วย
ช่างไฟและช่างเครื่องทำความเย็นหลายคนระบุว่า มีพฤติกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ บางอย่างที่หลายบ้านทำกันเป็นประจำ ซึ่งทำให้ ค่าไฟเพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว และที่สำคัญคือ แทบทุกบ้านมักทำผิดอย่างน้อย 2–3 ข้อ ดังต่อไปนี้
1. ตั้งตู้เย็นชิดกำแพงเกินไป
หลายคนมักวางตู้เย็นติดกำแพงเพื่อประหยัดพื้นที่ แต่จริง ๆ แล้วถือเป็นความผิดพลาดที่พบบ่อยมาก
ตู้เย็นต้อง ระบายความร้อนผ่านแผงด้านหลังหรือด้านข้างของเครื่อง หากวางชิดกำแพงเกินไป ความร้อนจะระบายออกได้ยาก ทำให้คอมเพรสเซอร์ต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อรักษาอุณหภูมิภายใน
ผลที่ตามมาคือ กินไฟมากขึ้น เครื่องเสื่อมเร็วขึ้น
ช่างไฟแนะนำให้ เว้นระยะห่างจากกำแพงอย่างน้อย 10–15 ซม. เพื่อให้ระบายความร้อนได้ดี
2. ใส่อาหารแน่นเกินไป
หลายครอบครัวมักพยายามใช้พื้นที่ในตู้เย็นให้คุ้มที่สุด โดยเฉพาะหลังจากไปซูเปอร์มาร์เก็ตหรือซื้ออาหารมาตุน แต่การยัดอาหารแน่นเกินไปจะทำให้เกิดปัญหา เช่น ลมเย็นหมุนเวียนได้ยาก ความเย็นกระจายไม่ทั่วตู้ คอมเพรสเซอร์ต้องทำงานนานขึ้น ผลคือ ตู้เย็นกินไฟมากขึ้น แต่ประสิทธิภาพการทำความเย็นกลับลดลง
คำแนะนำคือ ควรให้ตู้เย็นมีอาหารประมาณ 70–80% ของความจุ จะช่วยให้ลมเย็นไหลเวียนได้ดีและประหยัดไฟมากกว่า
3. เปิดตู้เย็นบ่อยเกินไป
พฤติกรรมที่พบได้บ่อยคือ เปิดตู้เย็นบ่อย ๆ เพื่อหาอาหาร หรือเปิดค้างไว้คิดว่าจะกินอะไรดี ทุกครั้งที่เปิดประตู อากาศเย็นภายในจะไหลออก อากาศร้อนจากภายนอกจะเข้าไปแทน หลังจากนั้นตู้เย็นต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อทำให้อุณหภูมิลดลงอีกครั้ง
วิธีที่ดีกว่า คือ คิดก่อนว่าจะหยิบอะไร เปิดและปิดประตูให้เร็ว
4. ใส่อาหารที่ยังร้อนเข้าไปในตู้
หลายคนมักเอาอาหารที่เพิ่งทำเสร็จใส่ตู้เย็นทันที ความร้อนจากอาหารจะทำให้อุณหภูมิในตู้สูงขึ้นทันที ทำให้ระบบทำความเย็นต้องทำงานหนักเพื่อปรับอุณหภูมิกลับมา นอกจากจะ เปลืองไฟมากขึ้น ยังอาจกระทบกับอาหารอื่น ๆ ในตู้ด้วย ควร รอให้อาหารเย็นก่อนแล้วค่อยนำเข้าแช่
5. ไม่ทำความสะอาดยางขอบประตู
ยางขอบประตู (ยางซีล) มีหน้าที่ ปิดกั้นไม่ให้อากาศเย็นรั่วออก เมื่อใช้ไปนาน ๆ อาจเกิดปัญหา เช่น มีฝุ่นเกาะ บิดงอ เสื่อมสภาพ เมื่อประตูปิดไม่สนิท ความเย็นจะรั่วออก ทำให้ตู้เย็นต้องทำงานมากขึ้น
ช่างไฟแนะนำให้ เช็ดทำความสะอาดเดือนละครั้ง และเปลี่ยนใหม่หากพบว่าเสื่อม
6. ตั้งอุณหภูมิต่ำเกินไป
หลายคนคิดว่า ตั้งให้เย็นที่สุดจะช่วยถนอมอาหารได้ดีที่สุด แต่จริง ๆ แล้วการตั้งอุณหภูมิต่ำเกินไปทำให้ คอมเพรสเซอร์ต้องทำงานตลอดเวลา กินไฟมากขึ้น เครื่องสึกหรอเร็ว
อุณหภูมิที่เหมาะสมคือ
ช่องธรรมดา: ประมาณ 3–5°C
ช่องแช่แข็ง: ประมาณ -18°C
อุณหภูมินี้เพียงพอสำหรับการเก็บอาหาร และยังช่วยให้ตู้เย็นทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและประหยัดไฟ
7. ไม่ละลายน้ำแข็งหรือทำความสะอาดเป็นประจำ
ตู้เย็นรุ่นเก่าที่ ไม่มีระบบละลายน้ำแข็งอัตโนมัติ มักมีน้ำแข็งเกาะหนาในช่องแช่แข็ง ชั้นน้ำแข็งนี้จะทำหน้าที่เหมือน ฉนวนกันความเย็น ทำให้ตู้ต้องใช้พลังงานมากขึ้นเพื่อรักษาอุณหภูมิ
นอกจากนี้ ฝุ่นที่เกาะแผงระบายความร้อนด้านหลังยังทำให้ระบายความร้อนได้ไม่ดี
จึงควร ทำความสะอาดตู้เย็นทุก 3–6 เดือน เพื่อให้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและประหยัดไฟมากขึ้น
เรียบเรียงโดย ทีมข่าวสยามนิวส์
ที่มา soha