สื่อต่างประเทศ รอยเตอร์ รายงานว่า David Jones เครือห้างสรรพสินค้าเก่าแก่ของออสเตรเลีย ซึ่งมีประวัติยาวนานถึง 188 ปี เข้าสู่กระบวนการบริหารกิจการโดยสมัครใจ (Voluntary Administration) เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา หลังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น ยอดค้าปลีกที่ซบเซา และปัญหาห่วงโซ่อุปทานที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ
David Jones ถือเป็นอีกหนึ่งบริษัทในออสเตรเลียที่ต้องปรับโครงสร้างธุรกิจ ลดจำนวนพนักงาน หรือปิดกิจการ ท่ามกลางความยากลำบากจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นและภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว
ขณะนี้ร้านค้าของ David Jones ยังคงเปิดให้บริการตามปกติ ภายใต้การควบคุมของบริษัท FTI Consulting ซึ่งได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้รับมอบอำนาจจากเจ้าหนี้ที่มีหลักประกัน (Receivers) ระหว่างที่มีการตรวจสอบการดำเนินงานของบริษัท
ขณะเดียวกัน บริษัท McGrathNicol ได้รับแต่งตั้งให้ทำหน้าที่เป็นผู้บริหารกิจการโดยสมัครใจ (Voluntary Administrators)
FTI Consulting และ McGrathNicol ออกแถลงการณ์ร่วมว่า จะเริ่มกระบวนการเปิดรับข้อเสนอจากผู้สนใจเข้ามาลงทุนเพิ่มทุนเพื่อฟื้นฟูกิจการ หรือเสนอซื้อธุรกิจโดยให้กิจการสามารถดำเนินงานต่อไปได้ทันที โดย McGrathNicol จะเป็นผู้บริหารจัดการกระบวนการดังกล่าว
ทั้งสองบริษัทยังระบุว่า จะดำเนินกระบวนการอย่างรอบคอบ โดยคำนึงถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย พร้อมยอมรับว่าอาจจำเป็นต้องตัดสินใจเรื่องสำคัญบางประการที่ยากลำบาก
David Jones ก่อตั้งขึ้นในปี 1838 ที่นครซิดนีย์ โดยเดวิด โจนส์ ผู้อพยพชาวเวลส์ และได้รับการยกย่องว่าเป็นห้างสรรพสินค้าที่เปิดดำเนินกิจการต่อเนื่องยาวนานที่สุดในโลก โดยมีพนักงานประมาณ 6,000 คน ในร้านค้าทั้งหมด 38 สาขา ครอบคลุมออสเตรเลียและนิวซีแลนด์
David Jones ถือเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ชาวออสเตรเลียรู้จักเป็นอย่างดี และมีประวัติยาวนานกว่าห้าง Harrods ในกรุงลอนดอนมากกว่า 10 ปี
ตลอดหลายชั่วอายุคน ชาวออสเตรเลียนิยมเลือกซื้อเสื้อผ้าและเครื่องประดับจาก David Jones สำหรับโอกาสสำคัญต่าง ๆ ในชีวิต ตั้งแต่ชุดทางการไปจนถึงชุดนักเรียนและชุดสำหรับพิธีสำเร็จการศึกษา
อย่างไรก็ตาม เช่นเดียวกับห้างสรรพสินค้าในต่างประเทศ David Jones เผชิญความยากลำบากในการดำเนินธุรกิจมานานกว่าทศวรรษ จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปนิยมซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น รวมถึงการแข่งขันที่รุนแรงจากแบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นราคาประหยัดที่ผลิตและจำหน่ายสินค้าได้อย่างรวดเร็ว (Fast Fashion)
กำไรทรุดหนัก
แม้แถลงการณ์ร่วมจะไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดทางการเงินของบริษัท แต่ David Jones เผชิญปัญหาทางการเงินมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว
เอริกา เบิร์ชโทลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ David Jones กล่าวว่า บริษัทจะทำงานร่วมกับผู้บริหารกิจการ ผู้รับมอบอำนาจจากเจ้าหนี้ และเจ้าหนี้ที่มีหลักประกัน ตลอดกระบวนการบริหารกิจการโดยสมัครใจ
กระบวนการดังกล่าวถือเป็นกลไกทางกฎหมายของออสเตรเลียที่มีลักษณะใกล้เคียงกับกระบวนการ Chapter 11 ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเปิดโอกาสให้บริษัทที่ประสบปัญหาทางการเงินสามารถปรับโครงสร้างหนี้และฟื้นฟูกิจการได้
ก่อนหน้านี้ Saks Global เจ้าของห้างสรรพสินค้าหรูในสหรัฐฯ ซึ่งเผชิญปัญหาจากกระแสการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจค้าปลีกในลักษณะเดียวกัน ได้ออกจากกระบวนการล้มละลายตามกฎหมาย Chapter 11 เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา หลังใช้เวลาดำเนินการเกือบ 5 เดือน โดยมีจำนวนสาขาเหลือไม่ถึงครึ่งหนึ่งของเดิม และมีหนี้สินลดลงเหลือประมาณหนึ่งในสี่
ขณะที่ Scentre Group บริษัทเจ้าของและผู้บริหารศูนย์การค้า Westfield ในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ เคยเสนอความช่วยเหลือเพื่อพยุงธุรกิจ David Jones แต่ข้อเสนอดังกล่าวถูกปฏิเสธโดย Anchorage Capital ซึ่งเป็นเจ้าของเครือห้าง ตามรายงานของ ABC News ที่อ้างคำกล่าวของเอลเลียต รุซานอฟ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Scentre Group
ทั้งนี้ David Jones มีสาขาตั้งอยู่ภายในศูนย์การค้า Westfield จำนวน 17 แห่ง
Scentre Group ยังได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ออสเตรเลีย (ASX) เมื่อวันพุธว่า David Jones ชำระค่าเช่าพื้นที่จนถึงวันที่ 30 กันยายนที่ผ่านมาแล้ว บริษัทใหญ่ในออสเตรเลียเผชิญแรงกดดันทางเศรษฐกิจ ในช่วงเวลาเดียวกัน บริษัทขนาดใหญ่หลายแห่งในออสเตรเลียต่างเผชิญแรงกดดันทางเศรษฐกิจเช่นกัน
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา National Australia Bank (NAB) หนึ่งในธนาคารรายใหญ่ที่สุดของประเทศ รายงานผลกำไรประจำปีลดลงอย่างมาก ขณะที่ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเตือนถึงความเสี่ยงที่เศรษฐกิจอาจเข้าสู่ภาวะถดถอยที่เพิ่มสูงขึ้น
ด้าน Woodside บริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ของออสเตรเลีย ประกาศยกเลิกนโยบายการจ่ายเงินปันผล พร้อมเตรียมปรับลดพนักงานมากกว่า 500 ตำแหน่ง
ขณะที่ Canva Group แพลตฟอร์มออกแบบกราฟิกสัญชาติออสเตรเลีย ประกาศเมื่อวันพุธว่าจะปรับลดพนักงานประมาณ 22% ของจำนวนพนักงานทั้งหมด หลังธุรกิจเผชิญกับการเติบโตที่ชะลอตัวเป็นครั้งแรกในรอบทศวรรษ
นอกจากนี้ ธนาคารกลางออสเตรเลีย (Reserve Bank of Australia) ยังปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 5 ติดต่อกันในสัปดาห์นี้ พร้อมเตือนถึงความเสี่ยงจากเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูง และแรงกดดันด้านราคาที่ส่งผลกระทบต่อภาคครัวเรือน
เลือกประเภทคุกกี้ที่อนุญาตให้เว็บไซต์ใช้ได้ เปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อจากลิงก์ "ตั้งค่าคุกกี้" ท้ายเว็บ