เมื่อไม่นานมานี้ เว็บไซต์ข่าวดัง ได้มีการรวบรวมข้อมูลของสำนักข่าวต่างประเทศ เกี่ยวกับสถานการณ์การตื่นตัวด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัย พบว่า หลายประเทศทั่วโลกกำลังยกระดับมาตรการเตรียมความพร้อมด้านความมั่นคงปลอดภัยของพลเรือน โดยออกคำแนะนำให้ประชาชนจัดเตรียมเสบียงอาหาร น้ำดื่ม ยารักษาโรค และสิ่งของจำเป็นสำหรับการดำรงชีพในภาวะฉุกเฉิน
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวกลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางบนสื่อสังคมออนไลน์ และทำให้เกิดกระแสข่าวลือเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของการเกิดสงครามโลกครั้งใหม่ อย่างไรก็ตาม มาตรการเหล่านี้มีเป้าหมายสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถของประชาชนให้สามารถรับมือกับวิกฤตต่าง ๆ ได้ด้วยตนเองในระยะเริ่มต้น ไม่ว่าจะเป็นภัยธรรมชาติ ระบบสาธารณูปโภคขัดข้อง หรือภัยคุกคามทางไซเบอร์
อังกฤษเปิดแคมเปญ “Be Ready” แนะพึ่งพาตนเองในช่วง 72 ชั่วโมงแรก
รัฐบาลสหราชอาณาจักรเปิดตัวแคมเปญระดับชาติ “Be Ready” ผ่านเว็บไซต์ทางการ Be ready for emergencies เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยแนะนำให้แต่ละครัวเรือนจัดเตรียมชุดอุปกรณ์ยังชีพฉุกเฉิน (Emergency Kit) ให้เพียงพอต่อการดำรงชีวิตในช่วง 72 ชั่วโมงแรก หรือ 3 วัน
สิ่งของที่ควรเตรียม ได้แก่ อาหารที่เก็บรักษาได้นาน น้ำดื่ม ยาประจำตัว ไฟฉาย และวิทยุที่ใช้แบตเตอรี่หรือระบบมือหมุน เพื่อให้สามารถรับข้อมูลข่าวสารได้แม้เกิดเหตุไฟฟ้าดับหรือระบบสื่อสารขัดข้อง
สำหรับปริมาณน้ำดื่มที่ระบุในข้อมูลข้างต้นอยู่ที่อย่างน้อย 9 ลิตรต่อคน ซึ่งควรตรวจสอบรายละเอียดตามคำแนะนำทางการที่ใช้อ้างอิงอีกครั้ง
แนวทางดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับเหตุฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด เช่น พายุรุนแรงที่ทำให้ไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง หรือปัญหาทางเทคนิคที่ส่งผลกระทบต่อระบบสื่อสารและเครือข่ายดิจิทัลสาธารณะ
กลุ่มประเทศนอร์ดิกยกระดับคู่มือรับมือวิกฤต ครอบคลุมภัยไซเบอร์และสงคราม
ขณะที่กลุ่มประเทศนอร์ดิกในยุโรปเหนือ โดยเฉพาะสวีเดน นอร์เวย์ และฟินแลนด์ ต่างให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมของประชาชน ผ่านการเผยแพร่คู่มือรับมือสถานการณ์วิกฤตและสงคราม เช่น คู่มือ “In Case of Crisis or War” ของสวีเดน ซึ่งสามารถศึกษาข้อมูลได้จากเว็บไซต์ทางการ Swedish Civil Defence and Resilience Agency
คำแนะนำของแต่ละประเทศมีรายละเอียดแตกต่างกัน โดยฟินแลนด์แนะนำให้ประชาชนเตรียมพร้อมสำหรับการดำรงชีพด้วยตนเองอย่างน้อย 72 ชั่วโมง ส่วนสวีเดนส่งเสริมให้ครัวเรือนเตรียมความพร้อมสำหรับสถานการณ์ที่อาจยืดเยื้อประมาณ 1 สัปดาห์ ขณะที่รายละเอียดคำแนะนำของนอร์เวย์ควรอ้างอิงจากประกาศทางการของประเทศโดยตรง
เนื้อหาในคู่มือไม่ได้มุ่งเน้นเฉพาะภัยคุกคามทางทหารเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมภัยไซเบอร์ การหยุดชะงักของระบบไฟฟ้า ระบบการเงิน การสื่อสาร และห่วงโซ่อุปทานสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชนในวงกว้าง
การเตรียมเสบียงและสิ่งของจำเป็นไว้ล่วงหน้า จึงเป็นส่วนหนึ่งของการเสริมสร้างความพร้อมของภาคประชาชน เพื่อให้สามารถรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ญี่ปุ่นเน้นสำรองสิ่งของจำเป็น รับมือแผ่นดินไหวและภัยพิบัติขนาดใหญ่
ด้านประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีความเสี่ยงจากแผ่นดินไหวและภัยธรรมชาติหลายรูปแบบ ให้ความสำคัญกับการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ โดยแนะนำให้ประชาชนสำรองอาหาร น้ำดื่ม ยารักษาโรค และสิ่งของจำเป็นให้เพียงพอต่อการดำรงชีวิตในช่วง 3-7 วัน ขึ้นอยู่กับแนวทางและลักษณะของสถานการณ์ที่ต้องเตรียมรับมือ
หนึ่งในความเสี่ยงสำคัญคือแผ่นดินไหวขนาดใหญ่บริเวณร่องลึกนันไก ซึ่งอาจสร้างความเสียหายต่ออาคาร ถนน ระบบไฟฟ้า และโครงสร้างพื้นฐาน ตลอดจนทำให้การขนส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์เป็นไปอย่างยากลำบาก
ในช่วงแรกหลังเกิดภัยพิบัติ หน่วยกู้ภัยและหน่วยงานภาครัฐจำเป็นต้องเร่งปฏิบัติภารกิจสำคัญ ทั้งการดับเพลิง ค้นหาผู้รอดชีวิต ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ และฟื้นฟูระบบสาธารณูปโภคที่ได้รับความเสียหาย
การที่ประชาชนสามารถดูแลตนเองได้ในระยะเริ่มต้น จึงช่วยลดภาระของหน่วยงานส่วนกลาง และเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่จัดสรรทรัพยากรไปยังผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วนได้อย่างเหมาะสม โดยเฉพาะเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และกลุ่มเปราะบางอื่น ๆ
เตรียมพร้อมรับมือวิกฤต ไม่ได้หมายความว่าสงครามโลกกำลังจะเกิดขึ้น
จากแนวทางของหลายประเทศจะเห็นได้ว่า การสำรองเสบียงและการเตรียมชุดยังชีพฉุกเฉินเป็นมาตรการที่มุ่งเพิ่มความพร้อมของประชาชนต่อความเสี่ยงหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นภัยธรรมชาติ เหตุขัดข้องของระบบสาธารณูปโภค การโจมตีทางไซเบอร์ หรือสถานการณ์ความมั่นคง
ดังนั้น การที่รัฐบาลแต่ละประเทศออกคำแนะนำให้ประชาชนเตรียมสิ่งของจำเป็นไว้ล่วงหน้า จึงไม่ใช่หลักฐานยืนยันว่าจะเกิดสงครามโลกครั้งใหม่ แต่สะท้อนถึงความพยายามลดผลกระทบจากเหตุการณ์ไม่คาดคิด และสร้างความสามารถในการพึ่งพาตนเองของประชาชนในช่วงเวลาที่ความช่วยเหลือจากภาครัฐอาจเข้าไม่ถึงได้ทันที
ประชาชนจึงควรติดตามข้อมูลจากหน่วยงานทางการของแต่ละประเทศ และเตรียมความพร้อมตามคำแนะนำที่เหมาะสม โดยไม่ตื่นตระหนกหรือส่งต่อข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการตรวจสอบ
เลือกประเภทคุกกี้ที่อนุญาตให้เว็บไซต์ใช้ได้ เปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อจากลิงก์ "ตั้งค่าคุกกี้" ท้ายเว็บ