หลังจาก "บุ๋ม ปนัดดา" ออกมาแถลงข่าวในประเด็นที่สามี "ก๊อต อธิป" ถูกโยงบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนกว่า 10 ไร่ ใน จ.นครนายก โดยช่วงหนึ่งของการแถลงข่าว บุ๋ม ได้ชี้แจงกรณีที่เพจออยศรีและผองเผือก ออกมาเปิดโปงเรื่องบัญชีรับบริจาคของมูลนิธิองค์กรทำดี ซึ่งมี 2 บัญชี ทั้งบัญชีของมูลนิธิ และบัญชีส่วนตัว ว่า "กรณีที่เพจออยศรีและผองเผือก พยายามจะบอกเรื่องมูลนิธิมี 2 บัญชี คือบัญชีแรกเป็นบัญชีที่เราเปิดก่อนจดมูลนิธิ ก็ชื่อองค์กรทำดี โดย บุ๋ม ปนัดดา เป็นบัญชีหลักในการรับบริจาค แต่บางครั้งคนที่ดูแลโซเชียลองค์กรได้นำอันเก่ามาโพสต์ จึงทำให้ บัญชี องค์กรทำดี โดย นางสาวปนัดดา วงศ์ผู้ดี ซึ่งเป็นบัญชีส่วนบุคคล ยังมีเงินรันอยู่เรื่อยๆ จึงตัดสินใจยังไม่ปิดบัญชีนี้ไป
ก่อนที่ต่อมา สรปุก หรือ ปุ๊ก น้องสนิทของ บุ๋ม ปนัดดา ก่อนหน้านี้ออกมาโพสต์ชี้แจงและยอมรับผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ตนเองเป็นผู้ลงเลขบัญชีรับบริจาคผิดพลาดในระหว่างช่วยงานเป็นแอดมินช่วงสถานการณ์น้ำท่วม ต้องขอโทษทุกคนด้วยที่ทำให้เกิดปัญหา เพราะไม่รู้จริงๆว่าใช้บัญชีแบบนี้ไม่ได้

ล่าสุด สรปุก ได้ออกมาไลฟ์เผยความใจว่า อยากขอโทษทุกคนที่ออกตัวแรง เพราะรู้สึกว่าเพื่อนเรากำลังอยู่ในมรสุมชีวิตที่มันแย่มากๆ เรารู้สึกว่าในฐานะของเพื่อนคนนึงก็เลยอยากทุกคนให้รอฟังเขาแถลงก่อน จากที่รับฟังเขามาตลอดหลายเดือน มันเต็มไปด้วยความเครียด และความไม่สบายใจ ซึ่งอาจจะเป็นการฟังความข้างเดียว ในส่วนของเพื่อนเราจริงเลยชี้แจงไปว่าอยากให้เราฟังก่อน เพราะเรามองว่าเพื่อนเราเป็นเหยื่อที่ถูกความสัมพันธ์ที่ค่อนข้าง Toxic และเต็มไปด้วยเรื่องเงิน แต่ปัญหาของคำว่าไม่รู้ ก็ไม่เคยคิดว่าสุดท้ายคนที่ไม่รู้ก็คือตนเอง
ในช่วงสองปีกว่า ตนไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ แต่คอยช่วยประสานงานต่างๆ เพื่อช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ แต่สิ่งที่ทำให้ช็อกคือเราไม่รู้เลยว่ามีการโอนเงินไปหาใคร ซึ่งเราก็ไม่รู้จัก เหมือนโลกสลายไปเลย เราก็คุยกันทุกวัน ทำไมไม่บอกอะไรเราเลย

ตนไม่ได้ชอบทำมูลนิธิ แค่อยากช่วยเพื่อนในการไปช่วยเหลือคนอื่น ด้วยความที่อยู่หน้างานตลอด เป็นคนประสานส่งข้อมูลต่างๆ ช่วยดูเรื่องข้าวกล่อง ช่วยคุมเรื่องการลงพื้นที่การทำถนนต่างๆ เพราะก็พยายามขอความช่วยเหลือจากเพื่อนที่มีฐานะที่มีกำลัง พอเรามารู้เรื่องว่ามูลนิธิฯมีการโอนเงินไปยอดหลาย 10 ล้านบาท โดยที่เราไม่รู้อะไรเลยก็รู้สึกเสียใจ เพราะเป็นส่วนหนึ่งที่ขอให้คนมาช่วย สิ่งนี้เป็นสิ่งที่เราช็อก
ตนมารู้เรื่องเงินที่หายไป ก็ยอมรับว่าใจสลาย ตนก็อยากให้พี่เขาทำในสิ่งที่ถูกต้อง ถ้ามีใครที่มาโกง โดยเฉพาะเป็นเงินมูลนิธิคือการโอนเข้าไปเพื่อก่อสร้างอะไรสักอย่าง และมีการถอนบัญชีนั้นออกมาไปสู่บัญชีส่วนตัวมันผิดอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราต้องทำอย่างเร่งด่วนที่สุดเมื่อเรารับรู้แล้วว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้อง คือการแจ้งความดำเนินคดี ฟ้องร้อง ยึดทรัพย์ เพื่อนำเงินนั้นกลับมาสู่มูลนิธิฯเท่านั้นเอง
เลือกประเภทคุกกี้ที่อนุญาตให้เว็บไซต์ใช้ได้ เปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อจากลิงก์ "ตั้งค่าคุกกี้" ท้ายเว็บ