เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา เว็บไซต์ SETN รายงานเรื่องราวของหญิงชราคนหนึ่งจากมณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน ที่ใช้ชีวิตทั้งชีวิตไปกับการดูแลครอบครัวขนาดใหญ่ โดยเธอมีลูกถึง 9 คน และหลานรวมกว่า 30 คน จนแทบไม่มีช่วงเวลาที่เรียกว่า “เลิกงาน” เลยแม้แต่วันเดียว

ตั้งแต่ยังสาว เธอทุ่มเทแรงกายแรงใจเลี้ยงดูลูก ๆ อย่างเต็มที่ และเคยหวังว่าเมื่อทุกคนเติบโตแยกย้ายไปมีครอบครัวของตัวเองแล้ว เธอจะได้มีเวลาพักผ่อนในบั้นปลายชีวิต แต่ความเป็นจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้น เพราะเธอยังคงต้องรับหน้าที่เลี้ยงดูหลานจำนวนมากต่อไป
ชีวิตประจำวันของเธอเต็มไปด้วยความวุ่นวาย ตั้งแต่ทำอาหาร ซักผ้า ไปจนถึงดูแลเด็ก ๆ ตลอดทั้งวัน บรรยากาศภายในบ้านจึงถูกเปรียบว่าไม่ต่างจากศูนย์รับเลี้ยงเด็กขนาดย่อม

แม้จะเหน็ดเหนื่อยและต้องรับภาระอย่างต่อเนื่อง แต่ครอบครัวเผยว่าเธอไม่เคยปริปากบ่น และรู้สึกพอใจที่ได้ช่วยแบ่งเบาภาระของลูก ๆ
อย่างไรก็ตาม เรื่องราวนี้ได้จุดกระแสถกเถียงในโลกออนไลน์ โดยมีทั้งผู้ที่ชื่นชมความเสียสละและความอบอุ่นของครอบครัวใหญ่ ขณะที่อีกมุมหนึ่งมองว่าสถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนปัญหาการแบ่งบทบาทในครอบครัว และอาจเป็นภาระหนักเกินไปสำหรับผู้สูงอายุ
ทั้งนี้ ปรากฏการณ์ลักษณะนี้สอดคล้องกับแนวโน้มในสังคมจีนยุคปัจจุบัน ที่คู่สมรสจำนวนมากทำงานทั้งสองฝ่าย ทำให้ไม่สามารถเลี้ยงดูลูกได้ด้วยตนเองเต็มที่ และต้องพึ่งพาผู้สูงวัยในครอบครัว อย่างไรก็ตาม หากการพึ่งพานี้ยืดเยื้อ ก็อาจนำไปสู่ความเหนื่อยล้าสะสมของผู้สูงอายุได้ในระยะยาว
แม้ภาพชีวิตของหญิงชราจะสร้างความซาบซึ้งใจให้กับใครหลายคน แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีไม่น้อยที่รู้สึกเห็นใจ และมองว่านี่คือภาพของคนคนหนึ่งที่ต้องแบกรับภาระของทั้งครอบครัวไว้เพียงลำพัง