เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศอย่าง cnn รายงานว่า เจ้าหน้าที่และสื่อของรัฐบาล อิหร่าน ออกมาประกาศเตือนอย่างรุนแรงว่า อิหร่านจะดำเนินการตอบโต้ทั่วทั้งภูมิภาคทันที หาก โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดี สหรัฐอเมริกา สั่งทิ้งระเบิดโจมตีโรงไฟฟ้าของอิหร่าน ตามที่เคยขู่ไว้ก่อนหน้านี้
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังเมื่อวันที่ 21 มีนาคม โดนัลด์ ทรัมป์ ยื่นคำขาดว่า จะสั่งกองทัพสหรัฐโจมตีทำลายโรงไฟฟ้าของอิหร่าน หาก ช่องแคบฮอร์มุซ ไม่เปิดให้เรือขนส่งสินค้าและน้ำมันผ่านได้อย่างเต็มที่ภายใน 48 ชั่วโมง แม้ก่อนหน้านั้นเพียงหนึ่งวัน ผู้นำสหรัฐจะระบุว่าปฏิบัติการทางทหารในตะวันออกกลางเริ่มลดระดับลงแล้วก็ตาม
ด้าน โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน โพสต์ข้อความเตือนว่า หากโรงไฟฟ้าของอิหร่านถูกโจมตี โครงสร้างพื้นฐานสำคัญและสิ่งอำนวยความสะดวกด้านพลังงานทั่วตะวันออกกลาง อาจถูกทำลายอย่างไม่อาจฟื้นคืนได้ และจะกลายเป็น “เป้าหมายที่ชอบธรรม” ในการตอบโต้ พร้อมเตือนว่าความขัดแย้งจะทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงเป็นเวลานาน
ขณะที่สำนักข่าวกึ่งทางการของอิหร่านเผยแพร่แผนที่โรงไฟฟ้าในอ่าวเปอร์เซีย พร้อมข้อความเตือนว่า หากมีการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าของอิหร่าน แม้เพียงเล็กน้อย โรงไฟฟ้าหลัก 70–80% ในภูมิภาคซึ่งตั้งอยู่ตามแนวชายฝั่งอ่าวเปอร์เซีย จะอยู่ในระยะการตอบโต้ของอิหร่าน และอาจทำให้ทั้งภูมิภาคเผชิญภาวะไฟฟ้าดับในวงกว้าง
นอกจากนี้ สื่อที่มีความเกี่ยวข้องกับสภาความมั่นคงสูงสุดแห่งชาติของ อิหร่าน ระบุว่า คำขู่ของ โดนัลด์ ทรัมป์ ไม่ได้สะท้อนความแข็งแกร่ง แต่กลับแสดงให้เห็นถึงจุดอ่อนของสหรัฐ พร้อมเตือนว่าหากมีการยกระดับความรุนแรง อิหร่านจะตอบโต้แบบหลายชั้น โดยมุ่งเป้าไปที่ทรัพย์สินของฝ่ายตรงข้ามในภูมิภาค ซึ่งอาจนำไปสู่วิกฤตเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมในวงกว้าง
ขณะเดียวกัน ผู้บัญชาการกองทัพอิหร่านยังประกาศท่าทีแข็งกร้าวว่า หลักการทางทหารของอิหร่านได้เปลี่ยนจาก เชิงรับ เป็น เชิงรุก และจะมีมาตรการตอบโต้รูปแบบใหม่ตามมาในอนาคตอันใกล้ ท่ามกลางความกังวลว่าสถานการณ์อาจลุกลามเป็นความขัดแย้งขนาดใหญ่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง
ชมคลิป