วันที่ 6 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านทางโทรศัพท์กับสำนักข่าว CNN โดยเปิดเผยสัญญาณการเตรียมเดินหน้าโปรเจกต์ใหม่ที่มีต่อประเทศคิวบา หลังจากที่สงครามกับประเทศอิหร่านสิ้นสุดลง
ประธานาธิบดีทรัมป์ได้กล่าวให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์เมื่อวานนี้ ซึ่งเป็นเวลาหนึ่งวันหลังจากที่เขาได้พูดอย่างมีนัยสำคัญว่าจะเปิดโปรเจกต์ใหม่ต่อคิวบาหลังสงครามกับอิหร่านจบลง โดยที่ยังไม่ได้มีการเปิดเผยรายละเอียดเชิงลึกใดๆ ให้ทราบ
ทรัมป์ระบุว่าในขณะนี้ทางสหรัฐอเมริกาได้ให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าวมากเป็นพิเศษ โดยมีเวลาเหลือเฟือและมองว่าสถานการณ์ในคิวบานั้นพร้อมแล้ว พร้อมทั้งเสริมว่า มาร์โก รูบิโอ (Marco Rubio) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา จะเป็นผู้รับผิดชอบหลักในปฏิบัติการครั้งนี้
ทั้งทรัมป์และรูบิโอ ซึ่งเป็นบุตรชายของผู้อพยพชาวคิวบา ต่างได้แสดงความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองในกรุงฮาวานา หลังจากที่ก่อนหน้านี้พวกเขาสามารถโค่นล้ม นิโกลัส มาดูโร (Nicolás Maduro) ผู้นำของประเทศเวเนซุเอลา ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งศัตรูสำคัญของรัฐบาลวอชิงตันในภูมิภาคทะเลแคริบเบียนได้สำเร็จ
ทางด้านสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำกรุงฮาวานา ได้ออกแถลงการณ์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า ร็อบ อัลลิสัน (Rob Allison) ผู้ประสานงานกิจการคิวบาของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ได้เข้าพบกับตัวแทนระดับสูงของศาสนจักรคาทอลิกในกรุงฮาวานาเมื่อไม่นานมานี้ โดยไม่ได้มีการระบุวันที่ในการพบปะดังกล่าวอย่างชัดเจน
นอกจากนี้ สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกายังได้โพสต์ภาพผ่านแพลตฟอร์ม X ซึ่งเป็นภาพของ ร็อบ อัลลิสัน และ ไมก์ แฮมเมอร์ (Mike Hammer) รักษาการแทนเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำคิวบา ในขณะที่กำลังพบปะกับ ฮวน เด ลา การิดัด (Juan de la Caridad) และ อาร์ตูโร กอนซาเลซ (Arturo González) ประธานสภาบิชอปแห่งชาติ
ทางสถานทูตได้ระบุว่า ทั้งสี่ฝ่ายได้ร่วมหารือกันเกี่ยวกับประเด็นความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมที่ทางรัฐบาลวอชิงตันได้จัดส่งไปยังเกาะแห่งนี้ รวมถึงความจำเป็นในการสร้างการเปลี่ยนแปลงเพื่อปรับปรุงสถานการณ์ต่างๆ ภายในประเทศคิวบา
ในขณะเดียวกัน ทรัมป์ยังได้กล่าวย้ำหลายครั้งว่า ตัวเขาเองมีความเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าระบอบการปกครองของคิวบากำลังใกล้จะถึงจุดล่มสลายแล้ว
ปัจจุบันมีความพยายามในการกดดันรัฐบาลคิวบาเพิ่มมากขึ้น โดยทรัมป์ได้ตัดสินใจใช้มาตรการปิดล้อมด้านพลังงานต่อคิวบา ซึ่งส่งผลทำให้รัฐบาลคิวบาไม่ได้รับน้ำมันดิบเลยนับตั้งแต่วันที่ 9 มกราคมที่ผ่านมา
จากสถานการณ์ความตึงเครียดดังกล่าว ส่งผลทำให้สายการบินหลายแห่งจำเป็นต้องลดเที่ยวบินหรือระงับการให้บริการเที่ยวบินไปยังประเทศเกาะแห่งนี้ และยิ่งเป็นการซ้ำเติมวิกฤตเศรษฐกิจที่ยืดเยื้อมาอย่างยาวนานให้ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น
ทางด้านรัฐบาลในกรุงฮาวานาได้ออกมากล่าวโทษทรัมป์ว่า กำลังพยายามบีบคั้นและทำลายระบบเศรษฐกิจของคิวบาอย่างหนัก
ทั้งนี้ ประเทศคิวบาต้องตกอยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรทางการค้าของสหรัฐอเมริกามาตั้งแต่ปี 1962 และต้องเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจอย่างรุนแรงมาเป็นเวลาหลายปี โดยมักเกิดเหตุการณ์ไฟฟ้าดับเป็นเวลานาน รวมถึงมีปัญหาการขาดแคลนทั้งเชื้อเพลิง ยารักษาโรค และอาหาร
ล่าสุด รัฐบาลวอชิงตันได้ทำการผ่อนปรนมาตรการปิดล้อมทางด้านน้ำมันลงเล็กน้อย เพื่อเป็นการอนุญาตให้บริษัทเอกชนในคิวบาสามารถนำเข้าน้ำมันได้ในปริมาณที่จำกัด
โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันพุธที่ผ่านมา พื้นที่ประมาณสองในสามของประเทศคิวบาต้องเผชิญกับเหตุการณ์ไฟฟ้าดับครั้งใหญ่ หลังจากที่โรงไฟฟ้าอันโตนิโอ กุยเตราส (Antonio Guiteras Power Plant) ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของเกาะเกิดความเสียหาย โดยในขณะนี้ระบบไฟฟ้าส่วนใหญ่ได้กลับมาใช้งานได้ตามปกติแล้ว