วันที่ 6 มีนาคม 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษกับสำนักข่าว reuters โดยระบุว่า เขาไม่รู้สึกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ราคาน้ำมันที่กำลังปรับตัวสูงขึ้น หลังจากที่ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านทวีความตึงเครียดมากยิ่งขึ้น
โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวเสริมว่า เขาไม่กังวลเรื่องนี้เลย เพราะเชื่อว่าราคาน้ำมันจะลดลงอย่างรวดเร็วเมื่อสถานการณ์จบลง และหากราคาจะปรับขึ้นก็ปล่อยให้ขึ้นไป เนื่องจากมองว่าสถานการณ์ความขัดแย้งในขณะนี้มีความสำคัญมากกว่าการที่ราคาน้ำมันจะปรับขึ้นเพียงเล็กน้อย ซึ่งคำกล่าวดังกล่าวถือเป็นการเปลี่ยนท่าทีจากก่อนหน้านี้อย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากทรัมป์เคยนำประเด็นเรื่องราคาน้ำมันที่ลดลงไปกล่าวชื่นชมผลงานในสุนทรพจน์ State of the Union เมื่อเดือนที่ผ่านมา
ทั้งนี้ นับตั้งแต่สหรัฐอเมริกาเปิดฉากโจมตีทางอากาศต่ออิหร่านเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ราคาน้ำมันในตลาดโลกได้พุ่งสูงขึ้นมากกว่าร้อยละ 16 เนื่องจากความขัดแย้งที่ลุกลามได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อแหล่งผลิตน้ำมันสำคัญในภูมิภาคตะวันออกกลาง ในขณะเดียวกัน ข้อมูลจาก AAA ซึ่งเป็นองค์กรติดตามราคาเชื้อเพลิงระบุว่า ราคาน้ำมันเฉลี่ยทั่วสหรัฐอเมริกาได้เพิ่มขึ้น 27 เซนต์ภายในสัปดาห์เดียว มาอยู่ที่ระดับ 3.25 ดอลลาร์ต่อแกลลอน ซึ่งสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีที่แล้วประมาณ 15 เซนต์ แต่อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ยังคงยืนยันว่าราคาดังกล่าวยังไม่ได้ปรับขึ้นมากนัก
แม้ว่าประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาจะแสดงท่าทีไม่กังวลต่อสถานการณ์ แต่สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า ภายในทำเนียบขาวกลับมีความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง โดย ซูซี ไวลส์ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว และ คริส ไรท์ รัฐมนตรีพลังงาน ได้ติดต่อพูดคุยกับผู้บริหารของบริษัทน้ำมันรายใหญ่ เพื่อหารือถึงแนวทางรับมือกับราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น โดยแหล่งข่าวภายในเปิดเผยว่า ซูซี ไวลส์ ได้กล่าวเตือนในที่ประชุมว่า หากรัฐบาลไม่ดำเนินมาตรการใดๆ เพื่อควบคุมราคาน้ำมัน อาจส่งผลให้พรรครีพับลิกันพ่ายแพ้อย่างยับเยินในการเลือกตั้งกลางเทอมที่จะมีขึ้นในเดือนพฤศจิกายนนี้
สำหรับมาตรการที่กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาของทำเนียบขาว ได้แก่ การยกเว้นภาษีน้ำมันชั่วคราว และการผ่อนคลายกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อเพิ่มสัดส่วนเอทานอลในน้ำมันเชื้อเพลิง ในขณะที่การนำน้ำมันจากคลังสำรองยุทธศาสตร์ หรือ SPR ออกมาใช้นั้น ทรัมป์ระบุว่ายังไม่มีแผนที่จะดำเนินการในขณะนี้
ทางด้านผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานมองว่า ทำเนียบขาวมีทางเลือกค่อนข้างจำกัด โดยปัจจัยที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือการรักษาเส้นทางขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซให้ยังคงเปิดใช้งานได้ตามปกติ อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ได้แสดงความมั่นใจว่าเส้นทางดังกล่าวจะไม่เกิดปัญหาแต่อย่างใด เนื่องจากกองทัพเรืออิหร่านได้จมอยู่ใต้ทะเลไปหมดแล้ว
ในตอนท้าย โดนัลด์ ทรัมป์ ได้กำหนดกรอบเวลาสำหรับปฏิบัติการทางทหารในครั้งนี้ไว้ที่ประมาณ 4-5 สัปดาห์ แต่ทว่าผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารและการเมืองจำนวนหนึ่งยังคงตั้งคำถามถึงความเป็นไปได้ของระยะเวลาดังกล่าวว่าจะเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้หรือไม่