ปิดตำนาน! เปิดประวัติ คาเมเนอี ผู้กุมบังเหียนอิหร่านนานกว่า 30 ปี ที่หลายคนไม่เคยรู้
ข่าวต่างประเทศ

ปิดตำนาน! เปิดประวัติ คาเมเนอี ผู้กุมบังเหียนอิหร่านนานกว่า 30 ปี ที่หลายคนไม่เคยรู้

จากกรณี อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี เสียชีวิตจากเหตุโจมตีเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026 หลังเผชิญความตึงเครียดทางการเมืองและความขัดแย้งระหว่างประเทศที่ทวีความรุนแรงต่อเนื่อง เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อทั้งอิหร่านและภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างมาก เพราะคาเมเนอีคือบุคคลที่กุมอำนาจสูงสุดของประเทศมายาวนานกว่า 3 ทศวรรษ และเป็นผู้อยู่เบื้องหลังทิศทางยุทธศาสตร์สำคัญของรัฐ

ประวัติและเส้นทางอำนาจของ อาลี คาเมเนอีผู้นำที่มีบทบาทกำหนดทิศทางอิหร่านตั้งแต่หลังยุคปฏิวัติอิสลามจนถึงวาระสุดท้าย

ข้อมูลส่วนตัว

อยาตอลเลาะห์อาลี คาเมเนอี เกิด ปี 1939 เกิดที่ เมืองมาชาด ประเทศอิหร่าน

ถึงแก่อสัญกรรม 28 กุมภาพันธ์ 2026 จากเหตุโจมตีท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์

ดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดอิหร่าน ปี 1989-2026

เส้นทางชีวิตช่วงต้น

คาเมเนอีเกิดในครอบครัวนักการศาสนาในเมืองมาชาด เติบโตท่ามกลางบรรยากาศเคร่งครัดทางศาสนา ศึกษาอัลกุรอานตั้งแต่วัยเด็ก และเข้าสู่สายศาสนศาสตร์อย่างเต็มตัว ต่อมาศึกษาในเมืองกอม ซึ่งเป็นศูนย์กลางการศึกษานิกายชีอะห์ และได้ใกล้ชิดกับ Ruhollah Khomeini ผู้นำการปฏิวัติอิหร่านในเวลาต่อมา

ช่วงทศวรรษ 1960-1970 เขามีบทบาทเคลื่อนไหวต่อต้านระบอบชาห์ ถูกตำรวจลับ SAVAK จับกุมและควบคุมตัวหลายครั้ง

บทบาทหลังการปฏิวัติ 1979

หลังการโค่นล้มราชวงศ์ปาห์ลาวีในปี 1979 คาเมเนอีได้รับบทบาทสำคัญในการจัดตั้งสาธารณรัฐอิสลาม

ปี 1980 ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหมช่วงสั้น มีบทบาทกำกับดูแล Islamic Revolutionary Guard Corps

ปี 1981 เขารอดชีวิตจากความพยายามลอบสังหารโดยกลุ่ม People's Mojahedin Organization of Iran เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เขาสูญเสียแขนขวา ในปีเดียวกัน เขาได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีอิหร่าน และดำรงตำแหน่งตลอดช่วงสงครามอิหร่าน-อิรัก

ก้าวขึ้นเป็นผู้นำสูงสุด

ปี 1989 หลังการเสียชีวิตของโคมัยนี สภาผู้เชี่ยวชาญแต่งตั้งคาเมเนอีขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุด ตำแหน่งนี้มีอำนาจสูงสุดเหนือรัฐบาล กองทัพ และนโยบายหลักของประเทศ แม้ในช่วงแรกจะถูกมองว่าเป็นผู้นำเชิงสัญลักษณ์ แต่เขาค่อย ๆ สร้างเครือข่ายอำนาจและฐานสนับสนุนอย่างมั่นคง โดยเฉพาะผ่าน IRGC และกองกำลังบาซิช

แนวคิดและนโยบายสำคัญ

1) เศรษฐกิจแห่งการต่อต้าน

ส่งเสริมการพึ่งพาตนเอง ลดการพึ่งพาตะวันตก ท่ามกลางมาตรการคว่ำบาตร

2) ไม่ไว้วางใจตะวันตก

ท่าทีแข็งกร้าวต่อสหรัฐฯ และอิสราเอล โดยได้รับอิทธิพลจากประสบการณ์สงครามอิหร่าน–อิรัก และการสนับสนุนของตะวันตกต่อ Saddam Hussein

3) ยุทธศาสตร์แกนแห่งการต่อต้าน

ขยายอิทธิพลผ่านเครือข่ายพันธมิตรในภูมิภาค โดยมี Qasem Soleimani เป็นกำลังสำคัญก่อนถูกสหรัฐฯ สังหารในปี 2020

พันธมิตรหลัก เช่น Hezbollah ในเลบานอน, กลุ่มฮามาส, ฮูตีในเยเมน, กลุ่มติดอาวุธในอิรัก, ความท้าทายภายในประเทศ

เกิดการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่หลังชัยชนะของ Mahmoud Ahmadinejad โดยผู้สนับสนุน Mir-Hossein Mousavi ออกมาชุมนุมคัดค้านผลเลือกตั้ง เหตุการณ์ถูกปราบปรามอย่างเข้มงวด

วิกฤตเศรษฐกิจและการคว่ำบาตร ช่วงปลายปี 2025 เกิดการประท้วงทั่วประเทศจากปัญหาค่าเงินและค่าครองชีพ ถูกปราบปรามรุนแรง ท่ามกลางแรงกดดันทางเศรษฐกิจอย่างหนัก

ความขัดแย้งกับอิสราเอลและจุดจบ

ปี 2025 ความตึงเครียดระหว่างอิหร่านกับอิสราเอลทวีความรุนแรง จนนำไปสู่การโจมตีตอบโต้กัน

ต้นปี 2026 การเจรจานิวเคลียร์ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านไม่สามารถบรรลุข้อตกลง

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026 เกิดเหตุโจมตีที่นำไปสู่การเสียชีวิตของคาเมเนอี ปิดฉากผู้นำที่ทรงอิทธิพลและกำหนดทิศทางอิหร่านมายาวนานกว่า 3 ทศวรรษ