ประเด็นนี้มีที่มาจาก เสี่ยวอวี่ หญิงสาววัย 22 ปี จากเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน เธอต้องกลายเป็นผู้ป่วยนอนอยู่บนเตียง เนื่องจากภาวะไตวายระยะสุดท้าย ก่อนหน้านี้ เสี่ยวอวี่ เป็นหญิงสาวที่ร่าเริงและชอบการผจญภัย แต่เมื่อประมาณหนึ่งปีก่อน เธอเริ่มรู้สึกไม่สบายตัวเล็กน้อย แต่ไม่ได้ใส่ใจมากนัก จนกระทั่งต่อมาไม่นาน อาการของเธอแย่ลง เธอมักจะรู้สึกคลื่นไส้ เหนื่อยล้า ปัสสาวะลำบาก และเมื่อลองสังเกต ปัสสาวะของเธอมีสีเข้มคล้ายชาที่ตั้งทิ้งไว้ เมื่อครอบครัวพาไปพบแพทย์ ก็ได้รับข่าวร้ายว่า ไตทั้งสองข้างของเธอเสียหายจนใช้งานไม่ได้แล้ว
จากการเข้ารับการรักษา เสี่ยวอวี่ ถูกวินิจฉัยจากแพทย์ผู้ดูแลว่า เป็นไตวายระยะสุดท้าย และภาวะยูเรียในเลือดสูง ทั้งนี้ ภาวะไตวาย หมายถึง การที่ไตสูญเสียความสามารถในการกรองของเสียออกจากเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนภาวะยูเรียในเลือดสูงเกิดขึ้น เมื่อไตไม่สามารถขับของเสียออกจากเลือดได้ ทำให้สารพิษ เช่น ยูเรียไนโตรเจนและครีเอตินีนสะสมในร่างกาย ซึ่งเป็นสัญญาณของไตวายระยะสุดท้าย หากไม่ได้รับการรักษา อาจส่งผลกระทบร้ายแรงต่อระบบประสาท หัวใจ และระบบย่อยอาหาร รวมถึงอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต
ช่วงแรก ๆ เสี่ยวอวี่ ตกใจและไม่อยากเชื่อกับผลวินิจฉัย เพราะเธอยังอายุน้อยและคิดว่าอาการของเธอไม่ได้รุนแรงนัก แต่เมื่อแพทย์ทำการวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้ชีวิตและตรวจสอบประวัติสุขภาพของเธอ เสี่ยวอวี่กลับรู้สึกเสียใจ และละอายใจ เพราะต้นเหตุของโรคมาจากพฤติกรรมการกิน การดื่ม และการใช้ชีวิตตอนกลางคืนของเธอเอง
1. ชอบกินของทอด
เสี่ยวอวี่ชื่นชอบอาหารทอด โดยเฉพาะไก่ทอดและมันฝรั่งทอด เธอกินมันแทบทุกวันติดต่อกันเป็นเวลานานกว่า 4 ปี การบริโภคอาหารทอดมากเกินไปเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคอ้วน ความดันโลหิตสูง และโรคเบาหวาน ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่ส่งผลเสียต่อไต ไขมันทรานส์และน้ำมันที่ใช้ทอดซ้ำทำให้เกิดสารอนุมูลอิสระที่กระตุ้นการอักเสบ ส่งผลให้ไตทำงานหนักเกินไปและอาจนำไปสู่ภาวะไตวายเรื้อรัง
2. ติดชานมไข่มุก
เช่นเดียวกับวัยรุ่นจีนจำนวนมาก เสี่ยวอวี่ดื่มชานมแทบทุกวัน โดยบางวันเธอดื่มมากถึง 5 แก้ว โดยเฉพาะช่วงสุดสัปดาห์หรือเวลาที่เธอเครียด แพทย์ของเธอระบุว่าน้ำตาลเทียมเป็นภัยร้ายต่อไต น้ำตาลในปริมาณสูงสามารถกระตุ้นระดับอินซูลินและเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน ซึ่งหากเป็นเรื้อรัง อาจทำให้เกิดภาวะไตเสื่อมและนำไปสู่ไตวาย นอกจากนี้ ชานมยังมีปริมาณฟอสฟอรัสสูง ทำให้ไตต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อนำออกจากร่างกาย ซึ่งเมื่อสะสมเป็นเวลานาน อาจทำให้ประสิทธิภาพในการกรองของไตลดลงและนำไปสู่ไตวายเรื้อรัง
3. นอนดึกประจำ
ตั้งแต่เรียนจบมัธยมปลาย เสี่ยวอวี่แทบไม่เคยนอนก่อนตี 1 โดยเวลานอนปกติของเธออยู่ระหว่างตี 2 ถึงตี 3 การอดนอนเป็นเวลานานส่งผลให้วงจรชีวิตและกระบวนการขับสารพิษของไตรวนลูปผิดปกติ เมื่อไตไม่ได้รับการพักผ่อนที่เพียงพอ ความสามารถในการกรองของเสียจะลดลง และหากสะสมเป็นเวลานาน อาจนำไปสู่ภาวะไตวาย นอกจากนี้ การนอนดึกยังเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูง โรคอ้วน และโรคเบาหวาน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ไตเสื่อมสภาพเร็วขึ้น
อย่างไรก็ตาม เรื่องราวของเสี่ยวอวี่ ถือเป็นบทเรียนสำคัญเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพไต พฤติกรรมการกินและใช้ชีวิตในปัจจุบันอาจดูเหมือนไม่มีผลเสียในทันที แต่หากสะสมไปนาน ๆ อาจนำไปสู่โรคร้ายแรงโดยไม่ทันตั้งตัว การเลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ลดน้ำตาล หลีกเลี่ยงอาหารทอด และพักผ่อนให้เพียงพอ เป็นสิ่งที่ช่วยให้ไตทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและป้องกันปัญหาสุขภาพร้ายแรงในอนาคต
ข้อมูล SOHA