เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2569 เว็บไซต์ต่างประเทศ South China Morning Post ได้มีการรายงานเกี่ยวกับคดีที่น่าตกตะลึง หลังจากชายหนุ่มวัย 17 ปี รายหนึ่งในประเทศจีน ถูกศาลตัดสินจำคุก 6 ปี ภายหลังจากถูกจับได้ว่า แอบใช้ช่องโหว่ในนโยบายการคืนเงินของแพลตฟอร์มขายเครื่องสำอางออนไลน์ จนสามารถฉ้อโกงเงินไปได้มากกว่า 4 ล้านหยวน หรือราว 18 ล้านบาท
ตามการรายงานเผยว่า ในเดือนมีนาคม 2567 แพลตฟอร์มขายเครื่องสำอางแห่งหนึ่งได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ โดยระบุว่า ถูกฉ้อโกงการคืนสินค้า ทางเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการสอบสวน ก่อนจะเข้าจับกุมตัว นายลู่ โดยเจ้าตัวรับสารภาพว่า ได้ทำเรื่องยื่นคำขอคืนเงินปลอมไปยังแพลตฟอร์มดังกล่าว โดยไม่ส่งสินค้าคืน โดย นายลู่ ได้เปิดบัญชีหลายบัญชีเพื่อซื้อสินค้าจากแพลตฟอร์มดังกล่าว หลังจากพบช่องโหว่ที่ทำให้เขาสามารถกรอกหมายเลขผู้จัดส่งปลอมในคำขอคืนสินค้า และได้รับเงินคืน โดยที่ผู้ขายไม่ได้รับสินค้าที่ส่งคืน เขาจึงสามารถเก็บทั้งสินค้าและเงินคืนไว้เองทั้งหมด
นอกจากนี้ นายลู่ ยังใช้กลโกงนี้ ยื่นคำขอคืนเงินผ่านแพลตฟอร์มดังกล่าวจำนวน 11,900 รายการ โดยไม่ส่งสินค้าคืน ซึ่งสินค้ามีมูลค่ารวม 4.76 ล้านหยวน หรือประมาณ 21 ล้านบาท ก่อนที่จะนำสินค้าเหล่านั้นไปขายต่อในตลาดสินค้ามือสอง และได้เงินไปจำนวน 4.01 ล้านหยวน หรือประมาณ 18 ล้านบาท โดยเขานำเงินที่ได้ไปซื้อโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่ รวมทั้งเสื้อผ้าแบรนด์เนม และใช้เลี้ยงเพื่อน
อย่างไรก็ตาม ศาลในเซี่ยงไฮ้ ได้มีคำพิพากษาในคดีของลู่ เมื่อเดือนกรกฎาคม 2568 ก่อนที่จะมีการเผยแพร่รายงานออกมาเมื่อเร็ว ๆ นี้ แต่ก็ไม่ได้มีการเปิดเผยข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ก่อเหตุ รวมทั้งแพลตฟอร์มการขายสินค้าดังกล่าว ซึ่งตามกฎหมายจีน ผู้ที่ฉ้อโกงทรัพย์สินของรัฐหรือเอกชน จะต้องถูกจำคุกไม่ต่ำกว่า 10 ปี หากจำนวนเงินที่เกี่ยวข้องมีจำนวนมากเป็นพิเศษ สำหรับคดีความของนายลู่ ศาลได้ตัดสินว่า เขามีความผิดจริง แต่ทว่า ในขณะที่ก่อเหตุเขายังถือว่าเป็นผู้เยาว์ ศาลจึงได้พิจารณาลดโทษให้ โดยพิพากษาจำคุกเป็นเวลา 6 ปี
คดีความนี้กลายเป็นประเด็นร้อนแรงและถูกถกเถียงในวงกว้างเกี่ยวกับเรื่องมาตรการการคืนเงินบนแพลตฟอร์มขายสินค้าออนไลน์ ที่เอื้ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ซื้อ แต่กลับสร้างปัญหาและความเสียหายต่อผู้ขาย และเกิดช่องโหว่อันเลวร้ายที่ผู้ซื้อสามารถนำไปใช้หาผลประโยชน์อย่างผิดกฎหมาย โดยผู้ใช้โซเชียลส่วนใหญ่มองว่า เขาใช้ความฉลาดของตัวเองทำในสิ่งที่ผิด แต่ในขณะที่บางส่วนก็วิพากษ์วิจารณ์ว่า แพลตฟอร์มเองก็มีปัญหาเช่นกัน ที่ไม่สามารถตรวจจับช่องโหว่ได้ จนกระทั่งสูญเสียเงินไปจำนวนมหาศาลแล้ว
ข้อมูล South China Morning Post