ความคืบหน้าของ 18 ทหารเชลยศึกกัมพูชา ที่ไทยส่งกลับประเทศไป โดยก่อนหน้านี้ ฮุน เซน และ ฮุน มาเนต เล่นใหญ่เทิดทูนทหารทั้ง 18 คน ราวกับฮีโร่ ขณะที่ทหารแนวหน้าที่ไปรบ ไม่ว่าจะบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ทางรัฐบาลกัมพูชาแทบจะไม่พูดถึง
อย่างไรก็ตาม มีการเปิดเผยถึงกรณีที่ทหารกัมพูชาไปรบแล้วจะโดนยึดบ้าน เนื่องจากไม่มีเงินจ่ายธนาคาร ล่าสุดมีทหารกัมพูชานายหนึ่งถึงกับฟิวส์ขาดกลางที่ประชุม ระบายความอัดอั้นตันใจว่า
ผมเป็นทหารทำเพื่อชาติ เป็นหนี้มหาศาล ต้องขออาสาไปรบเพื่อหาเงิน หวังว่าจะได้กลับมาอย่างฮีโร่และมีเงินใช้หนี้ได้ เพจมังกร ซ่อนตัว นำเรื่องราวนี้มาเปิดเผย โดยระบุว่า นายทหารหนุ่มฟิวส์ขาดกลางที่ประชุม เสียงระเบิดจากหัวใจทหารแนวหน้ากัมพูชากลางที่ประชุมสรุปเหตุการณ์ปะทะตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ซึ่งจัดขึ้นในประเทศกัมพูชา ได้เกิดเหตุสะเทือนใจขึ้น เมื่อนายทหารชั้นผู้น้อยรายหนึ่งลุกยืนขึ้นกลางที่ประชุม พร้อมระบายความอัดอั้นที่เก็บกดมานานจนถึงขีดสุด

เขาแสดงความไม่พอใจด้วยน้ำเสียงโกรธ โดยตัดพ้อว่าตนเองและทหารแนวหน้าหลายคน ไม่ได้รับเงินเดือนมาหลายเดือนแล้ว ขณะที่เงินเดือนซึ่งควรได้รับก็มีจำนวนน้อยนิด ไม่เพียงพอต่อค่าเช่าที่พัก ค่าผ่อนรถ และค่าครองชีพในแต่ละวัน จนในบางช่วงแทบไม่มีเงินติดตัวแม้แต่บาทเดียว ทั้งที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนอย่างต่อเนื่องยาวนานหลายสิบเดือน ท่ามกลางความยากลำบาก และความเสี่ยงที่ต้องเอาชีวิตเข้าแลก
แม้ประธานในที่ประชุมจะพยายามห้ามปราม และขอให้ยุติการแสดงความคิดเห็นดังกล่าว แต่นายทหารผู้นี้ยังคงยืนหยัดเรียกร้องสิทธิขั้นพื้นฐานที่กำลังพลแนวหน้าพึงจะได้รับ พร้อมตั้งคำถามอย่างเจ็บปวดถึงความคุ้มค่าของการเสียสละเพื่อชาติบ้านเมือง ในขณะที่ครอบครัวที่อยู่เบื้องหลัง ยังต้องเผชิญกับความเดือดร้อน และความไม่มั่นคงในชีวิตประจำวัน
เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ใช่เพียงอารมณ์ชั่ววูบของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่เป็นเสียงสะท้อนจากกำลังพลระดับปฏิบัติการที่ถูกกดทับมาอย่างยาวนาน เสียงที่สะท้อนถึงปัญหาปากท้อง สวัสดิการ และคุณภาพชีวิตของทหารแนวหน้า ซึ่งยังคงไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจนจากผู้มีอำนาจ ภายหลังจากคลิปเหตุการณ์นี้ถูกเผยแพร่ออกไปในโลกออนไลน์ ชาวเน็ตในกัมพูชาจำนวนมากต่างแสดงความเป็นห่วงต่อความปลอดภัยของนายทหารผู้นี้ เนื่องจากการลุกขึ้นเรียกร้องสิทธิและเปิดโปงความจริงภายในอย่างตรงไปตรงมา อาจนำมาซึ่งผลกระทบต่อตัวเขาเอง
ทางเพจ มังกร ซ่อนตัว ระบุอีกว่า จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีรายงานยืนยันอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับชะตากรรมหรือความปลอดภัยของนายทหารรายดังกล่าว คำถามสำคัญจึงยังคงค้างคาอยู่ในสังคมว่า เสียงของทหารแนวหน้าที่กล้าพูดความจริง จะได้รับการปกป้อง หรือจะถูกทำให้เงียบหายไปพร้อมกับความเงียบงันตามแนวชายแดน
