เดือดอีก! ออยศรี โต้ อาจารย์เบียร์ ปมเงินบริจาค 1 พัน แต่เล่นใหญ่ พร้อมย้อน ทนายตั้ม แบบเจ็บแสบ
เดือดอีก! ออยศรี โต้ อาจารย์เบียร์ ปมเงินบริจาค 1 พัน แต่เล่นใหญ่ พร้อมย้อน ทนายตั้ม แบบเจ็บแสบ
ข่าวสังคม - โซเชียล

เดือดอีก! ออยศรี โต้ อาจารย์เบียร์ ปมเงินบริจาค 1 พัน แต่เล่นใหญ่ พร้อมย้อน ทนายตั้ม แบบเจ็บแสบ

ฟังข่าวนี้

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 1 พ.ย. ที่บริษัทที่ปรึกษากฎหมาย ออยศรีและผองเผือก จำกัด บ้านเรือนไทยตรงข้ามศูนย์ราชการ น.ส.บุญยนุช แสงศรี หรือ "ออยศรี" เจ้าของเพจเฟซบุ๊ก "ออยศรีและผองเผือก" กล่าวถึงกรณีที่มีการตอบโต้ผ่านเพจเฟซบุ๊กกับอาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม เกี่ยวกับประเด็นการบริจาคเงินจำนวน 1,000 บาท ให้กับมูลนิธิองค์กรทำดีของ น.ส.บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ว่า กรณีที่อาจารย์เบียร์พูดถึงการบริจาคเงินของตนเองผ่านไลฟ์สด โดยมีถ้อยคำในลักษณะว่า บริจาคเพียง 1,000 บาท แต่กลับทำให้เป็นเรื่องใหญ่โต เล่นใหญ่ มองว่าเป็นคำพูดที่มีลักษณะเหยียดหยามเงินบริจาค เพราะไม่ว่าจะเป็นเงินจำนวนเท่าใด หากเป็นเงินที่บริสุทธิ์ และผู้บริจาคตั้งใจมอบให้ ก็ไม่ควรถูกนำมาพูดในลักษณะดังกล่าว

ออยศรี กล่าวว่า แม้ภายหลังอาจารย์เบียร์จะพูดในทำนองว่า จริง ๆ แล้วการบริจาคเงินเป็นสิทธิของแต่ละคน และไม่ควรนำเรื่องดังกล่าวมาทำให้เป็นประเด็น แต่ตนมองว่าถ้อยคำในช่วงแรกที่พูดถึงเงินบริจาค 1,000 บาทนั้น เป็นการพูดที่ไม่เหมาะสม เพราะอาจารย์เบียร์เองก็มีการรับเงินบริจาคเช่นกัน จึงไม่ควรใช้คำพูดในลักษณะที่ทำให้เงินบริจาคของผู้อื่นดูด้อยค่า แม้จะมีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นว่าให้ตนใจเย็น ๆ เพราะช่วงหลังอาจารย์เบียร์พูดดีขึ้นแล้ว แต่ตนเห็นว่าคำพูดในช่วงแรกมีลักษณะเหยียดหยาม และไม่ควรนำเงินบริจาคมาพูดในลักษณะดังกล่าว

ออยศรี กล่าวต่อว่า สำหรับกรณีของอาจารย์เบียร์นั้น สามารถตรวจสอบได้เช่นกัน หากในอนาคตมีพยานหลักฐานใดปรากฏขึ้นมา ตนก็จะนำเสนอข้อมูลดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง โดยยืนยันว่าไม่ได้มีเวลาว่างไปนั่งขุดคุ้ยเรื่องราวของใคร แต่หากมีประเด็นหรือข้อมูลใดปรากฏขึ้นมา และมีช่องโหว่ที่สามารถตรวจสอบได้ ก็จะนำมาดำเนินการตามข้อเท็จจริง พร้อมย้ำว่าไม่ได้หมายความว่าผู้ที่ทำมูลนิธิทุกคนจะต้องมีปัญหาเรื่องการเงินหรือมีความไม่ถูกต้อง เพราะบางมูลนิธิอาจดำเนินการใช้เงินอย่างถูกต้องตามขั้นตอนและมีความสะอาดโปร่งใสได้เช่นกัน หากอาจารย์เบียร์มั่นใจในความบริสุทธิ์ของตนเองก็สามารถชี้แจงและดำเนินการตามสิทธิได้

ออยศรี ยังกล่าวถึงกระแสความคิดเห็นของประชาชนที่เรียกร้องให้ตรวจสอบมูลนิธิหรือบุคคลอื่น ๆ ว่า อยากให้เข้าใจว่าการที่ตนออกมาดำเนินการในเรื่องนี้ ไม่ได้เกิดจากการต้องการเป็นฮีโร่หรือทำตัวเป็นบุคคลที่ออกมาตรวจสอบทุกคน แต่เป็นเพราะเรื่องที่เกิดขึ้นกับตนเอง และตนรู้สึกว่าได้รับความเสียหาย จึงต้องทำหน้าที่ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับตนเอง ส่วนกระแสการตรวจสอบที่เกิดขึ้นนั้น เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากกระแสข่าวเกี่ยวกับ น.ส.บุ๋ม ปนัดดา และมูลนิธิองค์กรทำดี ประกอบกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการของตนเอง ไม่ใช่การออกไปเรียกร้องให้ตรวจสอบบุคคลอื่นโดยไม่มีเหตุผล

ส่วนกรณีที่มีการพูดถึงมูลนิธิกัน จอมพลัวช่วยสู้ว่าเกี่ยวพันเรื่องเว็บพนัน ที่ ทนายตั้ม ตั้งคำถามว่า หากมีข้อมูลเกี่ยวกับการเปิดเว็บพนัน เหตุใดจึงยังไม่มีการดำเนินการจนทำให้บุคคลที่ถูกกล่าวถึงยังคงอยู่ในส่วนนี้ ออยศรี กล่าวว่า การดำเนินการของตนเองต้องเป็นไปตามพยานหลักฐาน ไม่สามารถออกมาพูดหรือกล่าวหาบุคคลใดเพียงเพราะมีคนต้องการให้ทำ หรือเพียงเพราะมีความเกลียดชังกันได้

น.ส.บุญยนุช กล่าวอีกว่า การดำเนินการในกรณีของมูลนิธิองค์กรทำดีที่เกี่ยวข้องกับ น.ส.บุ๋ม ปนัดดา นั้น ตนเดินตามพยานหลักฐานที่มีอยู่ จึงกล้าที่จะเข้าไปดำเนินคดี โดยย้ำว่าทุกอย่างต้องมีหลักฐานรองรับ ไม่ใช่การออกมาพูดหรือสันนิษฐานเอาเองเหมือนที่มีการตั้งข้อสังเกตกันก่อนหน้านี้ การที่ ทนายตั้ม ตั้งคำถามให้ตนออกมาพูดถึงเรื่องต่าง ๆ นั้น ตนไม่สามารถทำได้หากยังไม่มีพยานหลักฐานที่ชัดเจน เพราะการกล่าวหาบุคคลอื่นต้องมีข้อมูลยืนยัน ไม่ใช่เพียงความต้องการหรือความรู้สึกของใครบางคน

นอกจากนี้ ออยศรี ยังกล่าวถึงกรณีที่ ทนายตั้ม เคยพูดถึงตนเองและเปรียบเทียบเรื่องต่างๆ ว่า วันนี้สิ่งที่ ทนายตั้ม ควรเรียนรู้จากการดำเนินการของตน คือการทำงานโดยยึดพยานหลักฐานเป็นหลัก ไม่ใช่เพียงการพูดหรือการตั้งข้อสันนิษฐาน โดยต้องตรวจสอบให้ได้ว่าพยานหลักฐานที่มีนั้นเกี่ยวข้องกับบุคคลที่ถูกกล่าวถึงจริงหรือไม่ ส่วนบุคคลดังกล่าวจะมีความผิดหรือไม่นั้น เป็นเรื่องที่ต้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตรวจสอบ และเป็นหน้าที่ของศาลในการพิจารณาตัดสิน ไม่ใช่หน้าที่ของตนที่จะไปชี้ว่าบุคคลใดกระทำความผิดแล้ว

ส่วนกรณีที่มีการพูดถึงเรื่องราวของอาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม ออยศรี ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่ได้มีเวลาจะไปตรวจสอบหรือดำเนินการใดๆ แต่หากต่อไปมีพยานหลักฐานปรากฏขึ้นมาอย่างชัดเจน ก็จะรวบรวมข้อมูลและนำเสนอข้อเท็จจริงต่อไป โดยยืนยันว่าการดำเนินการทุกอย่างต้องอยู่บนพื้นฐานของพยานหลักฐาน และต้องตรวจสอบให้ชัดเจนก่อนนำเสนอ เพื่อไม่ให้เกิดการกล่าวหาหรือทำให้บุคคลอื่นได้รับความเสียหายโดยไม่มีข้อมูลรองรับ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ