วันที่ 21 ตุลาคม 2569 อดีตภรรยาคนที่ 2 ของนายโยธิน มาพบพันธุ์ หรือ ลุงโยธิน อดีตนักแสดงชื่อดังวัย 73 ปี ส่งคลิปวิดีโอจากเมืองโอ๊คแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ ผ่าน น.ส.จารุทรรศน์ มาพบพันธุ์ บุตรสาวคนโตของนายโยธิน เพื่อให้สื่อมวลชนนำเสนอเรื่องราวชีวิตคู่ตั้งแต่เริ่มคบหากันจนถึงขั้นฟ้องหย่า หลังอดีตสามีออกมาให้สัมภาษณ์ โดยอ้างว่าตกอับ ไร้ที่พักอาศัย และไม่มีญาติพี่น้องดูแล พร้อมพาดพิงถึงอดีตภรรยาและลูกชาย
อดีตภรรยาคนที่ 2 ระบุว่า ต้องการชี้แจงข้อเท็จจริงอีกด้าน ทั้งสาเหตุที่ต้องหย่าร้างและเหตุผลที่ลูกชายตีตัวออกห่างจากบิดา โดยอ้างว่าเป็นผลจากพฤติกรรมใช้ความรุนแรงและด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคายของอดีตสามี
อดีตภรรยาคนที่ 2 เปิดเผยว่า ตนรู้จักกับนายโยธินขณะทำงานอยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในย่านธุรกิจของกรุงเทพมหานคร ก่อนตกลงคบหากัน แต่เมื่อทราบว่าฝ่ายชายมีครอบครัวอยู่แล้วจึงขอเลิกรา ต่อมานายโยธินนำใบสำคัญการหย่ามายืนยัน ทำให้ตนใจอ่อนกลับไปคบหาอีกครั้งและจดทะเบียนสมรสกัน อย่างไรก็ตาม ระหว่างใช้ชีวิตคู่มักมีปากเสียงกัน และตนเคยถูกนายโยธินทำร้ายร่างกายภายในห้องนอน จนต้องใช้ไม้แขวนเสื้อฟาดเพื่อป้องกันตัว
จากนั้นฝ่ายชายเดินไปยังห้องครัว ขณะที่มารดาของนายโยธินรีบเข้ามาลงกลอนประตูห้องและยืนขวางไว้ เมื่อนายโยธินพยายามพังประตูเข้ามา มารดาจึงเข้าไปห้ามปรามจนสถานการณ์สงบลง ภายหลังตนทราบว่าอดีตสามีไปหยิบมีดจากห้องครัว ซึ่งตนเชื่อว่าอาจนำมาใช้ทำร้ายตน เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้รู้สึกหวาดกลัวอย่างมาก แม้แม่สามีจะเคยเตือนให้หนีไป แต่ตนยังคงอดทนใช้ชีวิตคู่ต่อ เพราะหวังว่าสามีจะปรับปรุงตัว
อดีตภรรยาคนที่ 2 กล่าวต่อว่า ภายหลังตัดสินใจตั้งครรภ์ โดยหวังว่าการมีลูกจะช่วยเปลี่ยนนิสัยของสามีได้ แต่สถานการณ์กลับไม่เป็นไปตามที่คิด นายโยธินไม่กลับมาดูแล ปล่อยให้ตนไปฝากครรภ์และทำงานหาเงินเพียงลำพัง เมื่อใกล้คลอดจึงตัดสินใจย้ายกลับไปอยู่บ้านเกิดในภาคเหนือ โดยอดีตสามีไม่ได้ส่งเงินมาช่วยเหลือ
กระทั่งลูกมีอายุ 3 เดือน นายโยธินเดินทางมาเยี่ยม แต่ไม่ได้เตรียมสิ่งของใดมาให้ลูก กลับขอเงินค่าเดินทางเพื่อกลับกรุงเทพมหานคร ซึ่งตนก็ยอมให้เงินไป หลังจากนั้นฝ่ายชายหายหน้าไปจนลูกอายุ 8 เดือน ก่อนกลับมาอีกครั้งและพักอยู่ประมาณ 2-3 วัน แต่กลับขโมยเงินจำนวน 3,000 บาท ซึ่งตนเตรียมไว้สำหรับซื้อของใช้ให้ลูกไปโดยไม่ได้รับอนุญาต
อดีตภรรยาคนที่ 2 ระบุเพิ่มเติมว่า ตนใช้ชีวิตคู่กับนายโยธินประมาณ 4 ปี ก่อนย้ายกลับไปอยู่ต่างจังหวัด และตัดสินใจจ้างทนายความดำเนินการฟ้องหย่าเมื่อลูกอายุ 6 ปี โดยศาลอนุญาตให้ตนเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตรเพียงผู้เดียว จากนั้นจึงพาลูกย้ายไปใช้ชีวิตที่เมืองโอ๊คแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ จนถึงปัจจุบัน ทั้งนี้ ตนสอนลูกอยู่เสมอให้มีความกตัญญูต่อบิดา จนกระทั่งปี 2559 ลูกชายวัย 40 ปี เดินทางกลับประเทศไทยด้วยความหวังว่าจะได้พบหน้าพ่อเป็นครั้งแรก
แต่ฝ่ายชายกลับบ่ายเบี่ยง และเมื่อลูกชายโทรศัพท์ไปขอให้รอที่โรงแรม กลับถูกนายโยธินต่อว่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย ทำให้ลูกชายเสียใจอย่างหนักและตัดสินใจไม่ติดต่อกับผู้เป็นพ่ออีกเลย ท้ายที่สุด น.ส.จูดี้ วอนขอให้ผู้ที่เกี่ยวข้องติดต่อตนโดยตรง หากมีประเด็นใดต้องการสอบถามเพิ่มเติม พร้อมขออย่าดึงลูกชายเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อีก เนื่องจากลูกมีหน้าที่การงานที่ดี และไม่ควรได้รับผลกระทบจากการออกสื่อของนายโยธิน
ด้าน น.ส.จารุทรรศน์ ลูกสาวคนโตของลุงโยธิน ซึ่งเกิดจากภรรยาคนแรก ได้นำเอกสารบันทึกข้อตกลงการหย่าร้างระหว่างบิดาและมารดามาแสดงเป็นหลักฐาน โดยระบุใจความสำคัญในข้อ 5 ว่า เรื่องอื่น ๆ ฝ่ายชายขอรับรองว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับบุตรทั้ง 2 คน และไม่อ้างสิทธิ์ใด ๆ ทั้งสิ้นในการเป็นบิดา เพื่ออนาคตของลูกทั้ง 2 คน
นอกจากนี้ ยังส่งหลักฐานภาพถ่ายหน้าจอข้อความสนทนาที่บิดาส่งมาด่าทอน้องสาวให้สื่อมวลชนใช้ประกอบการนำเสนอข่าว พร้อมวอนขอความเห็นใจให้มารดาที่ต้องรับภาระเลี้ยงดูบุตรเพียงลำพัง และขอให้สังคมเปิดใจรับฟังข้อเท็จจริงอย่างรอบด้านก่อนตัดสินหรือกล่าวโทษบุคคลใด เพื่อไม่ให้ครอบครัวได้รับผลกระทบจากกระแสสังคมไปมากกว่านี้
เลือกประเภทคุกกี้ที่อนุญาตให้เว็บไซต์ใช้ได้ เปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อจากลิงก์ "ตั้งค่าคุกกี้" ท้ายเว็บ