เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 มีรายงานว่า น.ต.ศิธา ทิวารี ที่ปรึกษาคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โพสต์ข้อความผ่านบัญชีเฟซบุ๊ก น.ต.ศิธา ทิวารี - Sita Divari โดยระบุว่า #saveพายุ และเซฟความรู้สึกของเด็กทุกคนที่ลงแข่ง ไม่ควรมีเด็กคนไหนเกิดความรู้สึกที่ไม่ดีกับวงการกีฬาไทย จากความผิดพลาดของผู้ใหญ่ครับ
การสร้างสมดุลระหว่างข้อกำหนดการแข่งขันที่เคร่งครัด กับความรู้สึกของเด็กอายุเพียง 8 ขวบ ที่ทุ่มเทฝึกซ้อมมาอย่างเต็มที่ ขับเข้าเส้นชัยเป็นอันดับหนึ่ง แต่ไม่ได้ขึ้นรับถ้วยรางวัล เป็นเรื่องที่ยากต่อการตัดสินใจของผู้เกี่ยวข้องยิ่งนัก
ถ้าผลการตัดสินในวันนี้ออกมาว่าไม่มีผู้ใดกระทำผิดกฎข้อบังคับ ขอให้ผู้จัดรีบจัดพิธีมอบถ้วยรางวัลให้เรียบร้อยโดยเร็ว ทุกอย่างก็จะจบลงด้วยดี แต่ถ้าผลการตัดสินออกมาว่าเด็กต้องแพ้ฟาวล์จากความผิดพลาดของผู้ใหญ่ ผมมองว่าเป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่ที่ต้องรับผิดชอบร่วมกันในการแก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ และนำไปเป็นบทเรียน เพื่อปรับปรุงให้การจัดแข่งในครั้งหน้าไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก อย่าโยนความผิดจนเกิดเป็นปมในใจของเด็ก ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ลูกหลานเราต้องได้รับการดูแลอย่างเท่าเทียมกันครับ
และในเมื่อเป็นความผิดพลาดของผู้ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของการตรวจเช็คเครื่องยนต์หรือส่วนใดก็ตาม สิ่งที่ผมอยากเสนอเพื่อร่วมกันเยียวยาความรู้สึกของเด็ก ซึ่งดีกว่าการให้เด็กที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยต้องแพ้ฟาวล์ คือการจัดการแข่งขันใหม่ครับ
เด็กอายุ 8 ขวบไม่รู้ว่าเครื่องยนต์ในรถของตัวเองถูกประกอบมาอย่างไร ผู้ใหญ่เตรียมรถให้แบบไหน เด็กก็ขับแบบนั้น และตั้งใจทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด การให้เด็กคนหนึ่งต้องถูกปรับแพ้ ในขณะที่เด็กอีกคนต้องรับถ้วยโดยไม่ได้ข้ามเส้นชัยเป็นคนแรก ไม่มีใครในสองคนนี้มีความสุขได้เลย นี่คือกระดุมเม็ดแรกที่กลัดไม่ตรง และเป็นความผิดของผู้ใหญ่ ไม่ใช่ของเด็กครับ
การจัดแข่งใหม่ คือทางออกที่ให้เกียรติเด็กทุกคนมากที่สุด น้องพายุจะได้พิสูจน์ฝีมือที่แท้จริงของตัวเองบนเส้นสตาร์ทเดียวกับเพื่อนทุกคน โดยไม่มีข้อกังขาใด ๆ น้องแมคลาเรนและเด็กอีก 19 คนจะได้ลงแข่งอย่างเท่าเทียมกัน และไม่ว่าใครจะชนะ ทุกคนจะได้ภูมิใจกับถ้วยที่ได้มาจากการแข่งในสนามครับ
ผมขอฝากถึงผู้จัด ร.ย.ส.ท. และผู้ใหญ่ทุกฝ่าย ให้ใช้โอกาสนี้วางระบบตรวจสอบเครื่องยนต์ที่ชัดเจนตั้งแต่ก่อนแข่ง เพื่อไม่ให้เด็กคนใดต้องเจอเรื่องแบบนี้อีก และขอฝากทุกท่านที่ติดตามเรื่องนี้ ช่วยกันหยุดกล่าวโทษใครบนโลกออนไลน์ เพราะเด็ก ๆ อ่านออกและรับรู้ได้
น้องพายุและเด็กทุกคนในสนามวันนั้นเก่งมาก และพวกเขาสมควรได้แข่งกันอีกครั้ง อย่างสนุกและเป็นธรรม ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ ผมได้เห็นเส้นทางของนักกีฬาไทยมาหลายรุ่น
และผมเชื่อเสมอว่า นักกีฬาระดับโลกทุกคน ล้วนเคยเป็นต้นกล้าเล็ก ๆ มาก่อน เด็ก ๆ 21 คนในสนามวันนั้นคือต้นกล้าของกีฬาไทย ต้นกล้าที่ได้รับดินดี น้ำดี และแสงแดดที่พอเหมาะ จะเติบโตเป็นไม้ใหญ่ที่หยั่งรากลึก และยืนหยัดได้บนเวทีโลก แต่ต้นกล้าที่ถูกกระทบกระเทือนตั้งแต่ยังเล็ก อาจไม่มีโอกาสได้เติบโตเลย ดินดี น้ำดี และแสงแดดของต้นกล้าเหล่านี้ ก็คือพวกเราผู้ใหญ่ทุกคน ทั้งพ่อแม่ ทีมช่าง ผู้จัดการแข่งขัน สมาคมกีฬา และสังคมที่เฝ้ามองอยู่ จุดเริ่มต้นนี้จึงเป็นความรับผิดชอบที่พวกเราต้องร่วมกันประคบประหงมให้ดีที่สุด ตั้งแต่ก้าวแรก ขอให้ต้นกล้าชื่อพายุ และต้นกล้าทุกต้นในสนามวันนั้น ได้เติบโตอย่างแข็งแรง จนไม่มีพายุลูกใดทำให้หวั่นไหวได้อีก
เลือกประเภทคุกกี้ที่อนุญาตให้เว็บไซต์ใช้ได้ เปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อจากลิงก์ "ตั้งค่าคุกกี้" ท้ายเว็บ