แม่ร่ำไห้! ลูกชายวัย 17 ปี ถูกทำร้าย หลังคนรู้จักวานให้ไปส่งที่บ้าน ยกมือไหว้ขอชีวิตก็ไม่สน หมดสติไปแล้ว ยังถูกซ้ำจนเสียชีวิต แจ้งความคดีไม่คืบ ผู้ก่อเหตุตามข่มขู่
แม่ร่ำไห้! ลูกชายวัย 17 ปี ถูกทำร้าย หลังคนรู้จักวานให้ไปส่งที่บ้าน ยกมือไหว้ขอชีวิตก็ไม่สน หมดสติไปแล้ว ยังถูกซ้ำจนเสียชีวิต แจ้งความคดีไม่คืบ ผู้ก่อเหตุตามข่มขู่
ข่าวสังคม - โซเชียล

แม่ร่ำไห้! ลูกชายวัย 17 ปี ถูกทำร้าย หลังคนรู้จักวานให้ไปส่งที่บ้าน ยกมือไหว้ขอชีวิตก็ไม่สน หมดสติไปแล้ว ยังถูกซ้ำจนเสียชีวิต แจ้งความคดีไม่คืบ ผู้ก่อเหตุตามข่มขู่

ฟังข่าวนี้

วันที่ 10 ต.ค. 69 นางชุติมา มารดาของน้องบีม เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 69 บริเวณหมู่บ้านเจริญทรัพย์ บ้านโคก อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี ขณะเกิดเหตุตนกำลังทำงานรับเหมาก่อสร้างอยู่ในพื้นที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ก่อนจะได้รับแจ้งข่าวว่าลูกชายถูกทำร้ายร่างกายอย่างหนัก จึงรีบขับรถกลับบ้านในช่วงเวลาประมาณ 21.00 น. เมื่อเดินทางไปถึงโรงพยาบาล พบว่าลูกชายนอนหมดสติ ไม่รู้สึกตัวแล้ว โดยแพทย์แจ้งว่าอาการอยู่ในขั้นวิกฤต มีโอกาสรอดชีวิตเพียง 2%

นางชุติมา เล่าว่า ผู้ก่อเหตุเป็นคนรู้จักสนิทสนมกับครอบครัวเป็นอย่างดี เนื่องจากเคยพักอาศัย ทำงาน และใช้ชีวิตร่วมกันมาก่อน จึงไม่คาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น ก่อนเกิดเหตุ น้องบีมได้ออกจากบ้านไปซื้อน้ำในพื้นที่บ้านโคก ระหว่างทางพบกับผู้ก่อเหตุ ซึ่งทราบภายหลังว่าเพิ่งมีปากเสียงทะเลาะกับภรรยา จนฝ่ายหญิงเก็บเสื้อผ้าออกจากบ้าน ผู้ก่อเหตุจึงขอให้น้องบีมช่วยขับรถไปส่งที่บ้านของภรรยา ซึ่งน้องบีมก็ยินยอมช่วยเหลือ

กระทั่งเมื่อเดินทางไปถึง น้องบีมได้ขอตัวกลับบ้าน โดยบอกว่า เดี๋ยวผมกลับบ้านก่อนนะ จะเอาข้าวไปให้พี่ชาย แต่ผู้ก่อเหตุไม่ยอมให้กลับ และพูดว่า มึงต้องอยู่กับกูเป็นเพื่อนกู เมื่อน้องบีมปฏิเสธ ผู้ก่อเหตุจึงถอดกุญแจรถออก ก่อนลงมือทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรง

ผู้เป็นแม่เล่าต่อด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า จากคำบอกเล่าของแฟนผู้ก่อเหตุ ระหว่างถูกทำร้าย ลูกชายพยายามยกมือไหว้ร้องขอชีวิต พร้อมพูดว่า พี่ครับ อย่าทำผมเลย ผมขอร้อง แต่ผู้ก่อเหตุกลับตอบว่า มันสายไปแล้วที่มึงมาพูดคำนี้ ก่อนลงมือทำร้ายต่อเนื่อง จนลูกชายหมดสติ

นอกจากนี้ มารดายังกล่าวว่า ขณะที่มีผู้พยายามเข้าช่วยเหลือและอุ้มน้องบีมไปส่งโรงพยาบาล ผู้ก่อเหตุยังตามมาเตะซ้ำบริเวณศีรษะ และเมื่อมีการนำร่างน้องบีมขึ้นรถกระบะเพื่อส่งโรงพยาบาล ผู้ก่อเหตุยังตามไปทุบกระจกรถ พร้อมข่มขู่ว่า มึงไปโรงพยาบาลไหน กูจะไปตามฆ่ามึงโรงพยาบาลนั้น

ภายหลังเกิดเหตุ นางชุติมาได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.กบินทร์บุรี โดยระบุว่า ในช่วงแรกได้รับคำชี้แจงจากเจ้าหน้าที่ว่าเหตุการณ์ยังไม่เข้าข่ายคดีร้ายแรง และให้ลงบันทึกแจ้งความไว้ก่อน ทั้งที่ลูกชายอยู่ในอาการหมดสติและไม่สามารถให้การได้ ต่อมา แพทย์ได้ส่งตัวน้องบีมไปรับการผ่าตัดที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จังหวัดปราจีนบุรี ก่อนที่ครอบครัวจะย้ายมารักษาต่อในจังหวัดชลบุรี เนื่องจากมารดาต้องทำงานอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว แต่สุดท้ายน้องบีมไม่สามารถทนพิษบาดแผลได้ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

นางชุติมา เปิดเผยอีกว่า หลังเกิดเหตุได้พยายามติดตามความคืบหน้าของคดีมาโดยตลอด แต่ยังไม่ได้รับความชัดเจนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงตัดสินใจเดินทางไปร้องเรียนหลายหน่วยงาน เพื่อให้ช่วยติดตามคดีและเรียกร้องความเป็นธรรมให้ลูกชาย ขณะเดียวกัน ยังกล่าวอ้างว่า ผู้ก่อเหตุยังคงใช้ชีวิตตามปกติ และมีการไลฟ์สดผ่านติ๊กต๊อก ในลักษณะท้าทายคนในพื้นที่ พร้อมมีผู้มีอิทธิพลคอยให้การช่วยเหลือ อีกทั้งล่าสุดยังมีการโทรศัพท์มาข่มขู่ตนเอง ทำให้รู้สึกหวาดกลัวและกังวลว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม

เมื่อกล่าวถึงลูกชาย นางชุติมาถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ โดยเล่าว่า น้องบีมเป็นเด็กนิสัยดี ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มสุรา ไม่ชอบเที่ยวเตร่ และมักอยู่บ้านช่วยแม่ทำงานก่อสร้างมาโดยตลอด อีกทั้งยังมีความสามารถด้านภาษา และกำลังสมัครงานเป็นล่ามภาษาจีน เพื่อสร้างอนาคตให้ตัวเองและครอบครัว ที่สำคัญ อีกไม่ถึงหนึ่งเดือนน้องบีมก็จะมีอายุครบ 18 ปี และเคยบอกกับแม่ว่าตั้งใจจะสมัครเป็นทหาร เพื่อนำรายได้มาช่วยเหลือครอบครัวและแบ่งเบาภาระของแม่ แต่ความฝันทั้งหมดกลับต้องสิ้นสุดลงจากเหตุการณ์ครั้งนี้

ท้ายที่สุด ผู้เป็นแม่ได้วิงวอนขอให้สื่อมวลชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยติดตามคดีดังกล่าวอย่างจริงจัง เพื่อให้ผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม พร้อมเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งดำเนินการตามกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา เนื่องจากเกรงว่าผู้ก่อเหตุอาจมีผู้มีอิทธิพลคอยให้ความช่วยเหลือ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ