เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าปรับปรุงการให้บริการภาครัฐ เพื่อลดภาระประชาชนในการติดต่อราชการ โดยผลักดันแนวทาง ไม่เรียกเอกสารจากประชาชน สำหรับเอกสารสำคัญจำนวน 58 รายการ ด้วยการให้หน่วยงานของรัฐตรวจสอบและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันผ่าน ศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลกลางภาครัฐ หรือ Government Data Exchange (GDX) แทนการให้ประชาชนนำสำเนาเอกสารมายื่นด้วยตนเอง
มาตรการดังกล่าวครอบคลุมเอกสารที่ประชาชนต้องใช้ในการติดต่อราชการเป็นประจำ อาทิ บัตรประจำตัวประชาชน ทะเบียนบ้าน ทะเบียนสมรส ทะเบียนหย่า สูติบัตร ใบมรณบัตร เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง หนังสือรับรองนิติบุคคล รวมถึงใบอนุญาตขับรถ โดยรัฐบาลตั้งเป้าหมายให้การเชื่อมโยงข้อมูลทั้ง 58 รายการดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 1 ปี นับจากวันที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ
นางสาวลลิดา กล่าวว่า การดำเนินงานจะแบ่งออกเป็น 2 ระยะ โดยระยะแรกเป็นเอกสาร 31 รายการที่มีข้อมูลพร้อมให้บริการผ่าน GDX อยู่แล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องเร่งเชื่อมโยงระบบและนำข้อมูลดังกล่าวมาใช้แทนการเรียกเอกสารจากประชาชน ภายในระยะเวลา 6 เดือนถึง 1 ปี
ส่วนเอกสารอีก 27 รายการ ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลพร้อมให้บริการผ่าน GDX จะเร่งดำเนินการเชื่อมโยงข้อมูลให้แล้วเสร็จภายในกรอบเวลา 1 ปีเช่นเดียวกัน
ขณะเดียวกัน รัฐบาลเตรียมมอบหมายให้ สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) ร่วมกับ กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครอง เร่งพัฒนาการเชื่อมโยงระหว่าง GDX กับระบบ Linkage Center เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐสามารถเข้าถึงข้อมูลทะเบียนราษฎรผ่านช่องทางเดียว ลดปัญหาการเชื่อมโยงข้อมูลที่ซ้ำซ้อนและลดความสับสนระหว่างหน่วยงาน
สำหรับการผลักดันมาตรการในทางปฏิบัติ จะให้ส่วนราชการจำนวน 163 หน่วยงานตรวจสอบความพร้อมของระบบ พร้อมทบทวนกฎหมาย ระเบียบ และแนวทางปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ ณ จุดให้บริการสามารถใช้ระบบดิจิทัลตรวจสอบข้อมูลจากหน่วยงานรัฐอื่นแทนการขอเอกสารจากประชาชน รวมทั้งต้องประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบแนวทางการให้บริการอย่างชัดเจน
รัฐบาลยังวางกลไกติดตามการปฏิบัติงาน โดยหากพบว่าหน่วยงานใดยังคงเรียกเอกสารจากประชาชน ทั้งที่ข้อมูลดังกล่าวสามารถเชื่อมโยงผ่านระบบได้แล้ว สำนักงาน ก.พ.ร. จะประสานให้หน่วยงานแก้ไขภายใน 15 วัน และติดตามผลอย่างต่อเนื่อง
หากหน่วยงานยังไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนด เรื่องดังกล่าวอาจถูกนำไปประกอบการประเมินผลการปฏิบัติราชการของหัวหน้าส่วนราชการ ขณะที่กรณีไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหรือมติคณะรัฐมนตรีโดยไม่มีเหตุอันสมควร อาจมีประเด็นเกี่ยวกับความรับผิดทางวินัยตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
นางสาวลลิดา กล่าวว่า เป้าหมายสำคัญของมาตรการนี้คือไม่ให้ประชาชนต้องนำสำเนาเอกสารที่หน่วยงานของรัฐมีข้อมูลอยู่แล้วไปยื่นให้กับหน่วยงานรัฐอีกครั้ง โดยการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานจะช่วยลดทั้งระยะเวลา ค่าใช้จ่าย และขั้นตอนในการติดต่อราชการ พร้อมยกระดับการให้บริการภาครัฐให้มีความสะดวกและเป็นระบบดิจิทัลมากขึ้น
ทั้งนี้ การเชื่อมโยงข้อมูลทั้งหมดจะต้องดำเนินการตามมาตรฐานกลางของภาครัฐ โดยให้ความสำคัญควบคู่กันทั้งด้าน ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการจากภาครัฐที่รวดเร็ว สะดวก และปลอดภัยยิ่งขึ้น