พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) เปิดเผยความคืบหน้าการขยายผลดำเนินคดีกรณีนายอติโชติ อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ หรือ สมีโชติ และ น.ส.ปุณยวีร์ หรือ สีกาเอ๋ โดยเฉพาะประเด็นความผิดปกติด้านทรัพย์สิน รวมถึงมูลนิธิฯ ที่นายอติโชติจัดตั้งขึ้นเมื่อต้นปี 2569 ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบพฤติการณ์และเส้นทางการเงินอย่างละเอียด
พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าวว่า ตำรวจสอบสวนกลางดำเนินคดีตามพยานหลักฐานอย่างตรงไปตรงมา โดยก่อนหน้านี้ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับความผิดฐานฟอกเงินแล้ว ขณะเดียวกันตำรวจไม่ได้หยุดการขยายผลเพียงเท่านี้ แต่ได้ส่งข้อมูลทั้งหมดที่มีไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อให้ตรวจสอบเพิ่มเติม
เนื่องจาก ปปง.มีอำนาจตามกฎหมายในการตรวจสอบเส้นทางการเงินได้ครอบคลุมมากกว่า ขณะนี้ตำรวจจึงอยู่ระหว่างรอข้อมูลจาก ปปง. เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาดำเนินคดีกับบุคคลอื่นที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง โดยยืนยันว่าคดีดังกล่าวจะมีการขยายผลต่อเนื่องในระยะที่ 2 และระยะที่ 3
ส่วนกรณีทรัพย์สินของนายอติโชติที่เจ้าหน้าที่ตรวจยึดเพิ่มเติมนั้น จากการตรวจสอบพบว่ามีเงินในบัญชีอีกเป็นจำนวนมาก รวมมูลค่ากว่า 300 ล้านบาท ซึ่งตำรวจได้ส่งข้อมูลให้ ปปง.ดำเนินการตรวจสอบเส้นทางการเงินเช่นเดียวกัน
สำหรับข้อสังเกตเกี่ยวกับมูลนิธิฯ ที่จัดตั้งขึ้นเมื่อต้นปี 2569 และมีพฤติการณ์บางประการที่เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบว่ามีการนำเงินเข้ามาเพื่อฟอกเงินหรือไม่ รวมถึงประเด็นที่มีลักษณะบางส่วนคล้ายกับการดำเนินงานของวัดพระบาทน้ำพุนั้น พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ระบุว่า เจ้าหน้าที่จะพิจารณาจากพยานหลักฐานและข้อมูลทางการเงินเป็นสำคัญ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบร่วมกับ ปปง.
พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ยืนยันเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ยังไม่มีการออกหมายเรียกหรือหมายจับบุคคลอื่นเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม มีประชาชนและผู้ที่มีข้อมูลหรือเบาะแสทยอยเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนอย่างต่อเนื่อง โดยเจ้าหน้าที่พร้อมรับข้อมูลทั้งหมดไว้ตรวจสอบและนำมาพิจารณาประกอบสำนวนคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย
ทั้งนี้ การขยายผลในระยะต่อไปจะมุ่งตรวจสอบทั้งเส้นทางการเงิน ทรัพย์สิน และบุคคลที่อาจเกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินคดีเป็นไปตามพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบได้อย่างรอบด้าน