วันที่ 8 ก.ย. 2569 พ.ต.อ.สนอง แสงมณี ผู้กำกับการ สน.บางซื่อ เปิดเผยความคืบหน้ากรณีนายทหารยศสิบโท ขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบก์เฉี่ยวชน สิบตำรวจเอก พนมรุ้ง เจียมตัว ผู้บังคับหมู่งานจราจร สน.บางซื่อ ก่อนขี่รถหลบหนี ว่า จากการสอบสวนพบว่า ผู้ขับขี่เดินทางออกจากบ้านย่านพระราม 5 เพื่อไปเยี่ยมญาติที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ รังสิต
ระหว่างทางเมื่อมาถึงบริเวณแยก อตก. ได้พบตำรวจจราจร สน.บางซื่อ ซึ่งสังเกตเห็นว่ารถบิ๊กไบก์มีลักษณะปิดบังแผ่นป้ายทะเบียน จึงเรียกให้หยุดเพื่อตรวจสอบ แต่ผู้ขับขี่ไม่ยอมหยุด กลับขี่รถหลบหนี ก่อนเกิดเหตุเฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์ของตำรวจจราจร
ต่อมาในวันนี้ ผู้ขับขี่รถบิ๊กไบก์ได้เข้าพบพนักงานสอบสวน สน.บางซื่อ โดยตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาเบื้องต้นรวม 6 ข้อหา ได้แก่ ขัดคำสั่งเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่, ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินผู้อื่นเสียหายและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ, ขับรถหลบหนีโดยไม่หยุดให้ความช่วยเหลือ, ขับรถจักรยานยนต์โดยไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน, ขับรถโดยไม่มีใบอนุญาตขับขี่ และรถจักรยานยนต์ไม่มี พ.ร.บ.
สำหรับประเด็นแผ่นป้ายทะเบียน พ.ต.อ.สนอง ระบุว่า รถจักรยานยนต์บิ๊กไบก์ส่วนใหญ่มีการออกแบบตำแหน่งติดตั้งป้ายทะเบียนให้อยู่ด้านในหรือในจุดที่มองเห็นได้ยาก โดยรถคันดังกล่าวมีแผ่นป้ายทะเบียนติดอยู่ แต่ตำรวจจราจรมองเห็นไม่ชัด จึงเรียกให้หยุดเพื่อตรวจสอบ
ส่วนสาเหตุที่ผู้ต้องหาตัดสินใจขี่รถหลบหนี เนื่องจากไม่มีใบอนุญาตขับขี่ เมื่อเห็นตำรวจเรียกจึงเกิดความกลัวและขี่รถหลบหนีไปทาง สน.เตาปูน ก่อนถูกตำรวจ สน.เตาปูนสกัดไว้ได้ และดำเนินการเปรียบเทียบปรับตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก จากนั้นตำรวจทั้งสองพื้นที่ได้ประสานข้อมูลกัน จนพบว่าเป็นบุคคลเดียวกันและใช้รถจักรยานยนต์คันเดียวกัน
ขณะที่ สิบตำรวจเอก พนมรุ้ง ไม่ติดใจในประเด็นอื่น มีเพียงเรื่องค่าเสียหายจากการซ่อมรถจักรยานยนต์ส่วนตัวที่ได้รับความเสียหาย ซึ่งปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนดำเนินการตามกฎหมาย โดยตำรวจได้ตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์และตรวจหาสารเสพติดในร่างกายของผู้ต้องหาแล้ว ไม่พบแต่อย่างใด
เบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา ยินยอมให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย และแสดงความประสงค์ที่จะชดใช้ค่าเสียหายในการซ่อมรถจักรยานยนต์ให้กับสิบตำรวจเอก พนมรุ้งต่อไป