เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) เปิดปฏิบัติการ Thailand-Korea Breaking Chains EP.3 สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่แผนกกงสุลตำรวจ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย เข้าตรวจค้นบ้านพักหรูทรงออฟฟิศแห่งหนึ่งในพื้นที่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ หลังสืบสวนขยายผลจากปฏิบัติการ Breaking Chain 2025 จนพบเบาะแสว่ากลุ่มคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติชาวเกาหลีใต้ที่หลบหนีออกจากประเทศเพื่อนบ้าน ได้เข้ามาตั้งฐานปฏิบัติการในประเทศไทย

ปฏิบัติการครั้งนี้อยู่ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.อธิป พงษ์ศิวาภัย รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก. และ พล.ต.ต.ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผบก.ปอท. โดยสั่งการให้เจ้าหน้าที่ กก.1 บก.ปอท. นำโดย พ.ต.ท.เอกพล แสงอรุณ และ พ.ต.ท.ณัฐวุฒิ มาระตา รอง ผกก.1 บก.ปอท. พร้อมกำลังชุดสืบสวน เข้าดำเนินการตามหมายค้น
เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบภายในบ้านพักดังกล่าว พบว่าพื้นที่ถูกปรับเปลี่ยนสภาพให้เป็นสำนักงานลับสำหรับปฏิบัติการคอลเซ็นเตอร์อย่างเป็นระบบ โดยมีการจัดโต๊ะทำงานและติดตั้งอุปกรณ์สื่อสารสำหรับติดต่อหลอกลวงเหยื่อรวม 13 จุด ก่อนสามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 13 ราย แบ่งเป็นชาวเกาหลีใต้ 12 ราย และชาวจีน 1 ราย

จากการตรวจค้น เจ้าหน้าที่ยังพบและยึดอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดจำนวนมาก ประกอบด้วย คอมพิวเตอร์และโทรศัพท์ VoIP รวม 51 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 20 เครื่อง รวมถึงรายชื่อและหมายเลขโทรศัพท์ของกลุ่มเป้าหมาย บทสคริปต์สนทนาภาษาเกาหลีที่ใช้สำหรับพูดคุยกับเหยื่อ และเอกสารที่มีลักษณะเป็นเอกสารอัยการปลอมพร้อมตราสัญลักษณ์ของหน่วยงานราชการอีกหลายรายการ
จากแนวทางการสืบสวนพบว่า ขบวนการดังกล่าวมีการแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน โดยใช้ระบบโทรศัพท์ผ่านอินเทอร์เน็ต หรือ VoIP สุ่มโทรศัพท์ไปยังประชาชนในประเทศเกาหลีใต้ จากนั้นแอบอ้างตัวเป็นอัยการหรือเจ้าหน้าที่ระดับสูงของหน่วยงานรัฐ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ

กลุ่มผู้ต้องหาจะใช้เอกสารราชการปลอมประกอบการสนทนา พร้อมแจ้งเหยื่อว่ากำลังตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีอาญา ก่อนใช้วิธีข่มขู่และกดดันให้เกิดความหวาดกลัว จากนั้นจึงเสนอทางออกด้วยการให้เหยื่อโอนเงิน โดยอ้างว่าเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับช่วยเหลือทางคดีหรือการตรวจสอบบัญชี อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ยังไม่พบข้อมูลว่ามีประชาชนชาวไทยตกเป็นเหยื่อของขบวนการที่ใช้บ้านพักแห่งนี้เป็นฐานปฏิบัติการ
เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อกล่าวหา เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน ตามพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางแก้ว ดำเนินคดีตามกฎหมาย

ส่วนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ และหลักฐานดิจิทัลที่ตรวจยึดได้ บก.ปอท. จะดำเนินการตรวจพิสูจน์ทางเทคโนโลยี เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลและพยานหลักฐานเชิงลึก ก่อนส่งต่อให้ทางการเกาหลีใต้ใช้เป็นข้อมูลในการขยายผลติดตามผู้เกี่ยวข้องและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ การจับกุมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือระหว่าง ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) และสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย ภายใต้นโยบายเชิงรุกของ ศปอส.ตร. โดยนับตั้งแต่เริ่มความร่วมมือในปี 2568 เป็นต้นมา สามารถจับกุมผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับขบวนการคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติได้แล้วรวม 41 ราย