จากกรณีการหายตัวไปของ น.ส.วิชุดา หรือลูกปลา อายุ 33 ปี ซึ่งหายออกจากบ้านพักในพื้นที่ ต.ลาดหญ้า อ.เมืองกาญจนบุรี ตั้งแต่ช่วงค่ำวันที่ 28 สิงหาคม 2559 โดยกล้องวงจรปิดหน้าบ้านพี่สาวสามารถบันทึกภาพขณะที่ น.ส.วิชุดา ขับรถเก๋งมาจอดไว้ ก่อนที่นายนัท แฟนหนุ่ม จะขับรถเข้ามารับออกไป
ต่อมา แม่และลูกชายของ น.ส.วิชุดา ได้ส่งข้อความไปสอบถามนายนัท แต่ได้รับคำตอบว่าไม่ได้อยู่กับ น.ส.วิชุดา ขณะที่ครอบครัวก็ไม่สามารถติดต่อเจ้าตัวได้อีก ทำให้ญาติและเพื่อนเกิดความกังวลว่าอาจตกอยู่ในอันตราย เนื่องจากที่ผ่านมา น.ส.วิชุดา ซึ่งมีลูกชายอายุ 13 ปี ไม่เคยทิ้งลูกและหายไปเป็นเวลานานเช่นนี้ ก่อนเจ้าหน้าที่จะได้เบาะแสว่า รถกระบะของนายนัทไปปรากฏอยู่ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่
ล่าสุด วันที่ 5 กันยายน 2569 หลังเจ้าหน้าที่พบตัว น.ส.วิชุดา หรือลูกปลา ซึ่งเดินทางมาขึ้นรถโดยสารสายเชียงใหม่-กาญจนบุรี เพื่อกลับบ้าน
พ.ต.อ.จอมพล รุจิรดำรงค์ชัย รอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ลาดหญ้า ได้เดินทางไปรอรับตัว น.ส.ลูกปลา บริเวณด้านหน้าที่ว่าการอำเภอพนมทวน ก่อนเชิญตัวไปบันทึกปากคำที่ สภ.พนมทวน
ขณะพบเจ้าหน้าที่ น.ส.ลูกปลา ยังมีท่าทียิ้มแย้มแจ่มใส และไม่พบร่องรอยคล้ายถูกควบคุม บังคับ หรือทำร้ายร่างกาย พร้อมระบุว่า ตนปลอดภัยดี ไม่ได้ถูกทำร้ายหรือถูกบังคับ ส่วนสาเหตุที่ขาดการติดต่อกับทางบ้าน เนื่องจากโทรศัพท์ไม่มีสัญญาณ และไม่สามารถเดินทางกลับบ้านได้ เพราะเกิดทะเลาะกับแฟนหนุ่มที่เดินทางไปเที่ยวด้วยกัน
จากนั้น พ.ต.อ.จอมพล ได้สอบถามข้อมูลจาก น.ส.ลูกปลาด้วยตนเอง โดยเจ้าตัวให้ข้อมูลว่า เดินทางไปเที่ยวที่ จ.เชียงใหม่ พร้อมกับนายนัท ซึ่งเป็นแฟนหนุ่ม เมื่อไปถึงนายนัทได้พาไปพักอยู่ที่รีสอร์ทบริเวณริมชายแดน และให้ตนอยู่ภายในห้องพัก ขณะที่นายนัทออกไปหาเพื่อนและทำธุระด้านนอก
น.ส.ลูกปลา ระบุว่า พื้นที่ที่เข้าไปพักไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ จึงไม่สามารถติดต่อหรือส่งข่าวให้กับครอบครัวได้
นอกจากนี้ น.ส.ลูกปลา ยังให้ข้อมูลว่า ตลอดช่วงเวลาที่อยู่ใน จ.เชียงใหม่ ตนไม่ได้เดินทางออกไปไหน มีเพียงนายนัทที่คอยนำข้าวและน้ำมาส่งให้ที่ห้องพัก
เมื่อเจ้าหน้าที่สอบถามถึงนายนัท น.ส.ลูกปลา อ้างว่า หลังจากพักอยู่ได้ไม่กี่วัน ทั้งคู่เกิดทะเลาะและมีปากเสียงกัน เนื่องจากตนต้องการกลับบ้าน แต่นายนัทยังไม่กลับ จึงเกิดปัญหากันและไม่ได้พบกันอีก
กระทั่ง น.ส.ลูกปลา เห็นข่าวว่าทางครอบครัวกำลังติดตามหาตัว จึงตัดสินใจเดินทางมาขึ้นรถโดยสารเพื่อกลับบ้านด้วยตัวเอง
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่พบว่า คำให้การบางส่วนของ น.ส.ลูกปลา ยังขัดแย้งกับข้อมูลที่ชุดสืบสวนตรวจสอบได้ โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับนายนัท ซึ่ง น.ส.ลูกปลา อ้างว่า ระหว่างอยู่ใน จ.เชียงใหม่ นายนัทคอยนำข้าวและน้ำมาส่งให้ตลอด รวมทั้งใช้รถกระบะคันที่ขับมารับตน ออกไปทำธุระและซื้ออาหารกับน้ำมาให้
แต่ข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่า รถกระบะคันดังกล่าวถูกจอดทิ้งไว้ อีกทั้งยังมีการสวมแผ่นป้ายทะเบียนที่ไม่ตรงกับหมายเลขตัวถังรถ
หลังจากนี้ เจ้าหน้าที่จะเชิญ น.ส.ลูกปลา เข้าให้ปากคำเพิ่มเติม ก่อนประสานให้ครอบครัวเดินทางมารับตัวกลับบ้าน
ส่วนตัวนายนัท เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งติดตามหาข่าวและรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อสรุปข้อเท็จจริงให้ชัดเจนว่า เป้าหมายที่นายนัทและ น.ส.ลูกปลา เดินทางไปยัง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ มีสาเหตุมาจากเรื่องใดกันแน่