วันที่ 3 กันยายน 2569 นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีแพทย์ในคลินิกชุมชนอบอุ่น ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์จากพฤติกรรมด่าทอและโทรศัพท์ข่มขู่ผู้ป่วย รวมถึงใช้ถ้อยคำเหยียดผู้ใช้สิทธิรักษาพยาบาล 30 บาท หรือบัตรทอง ว่าเป็น คนไข้ชั้นต่ำ จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในสังคมและบนสื่อออนไลน์
นายพัฒนา ระบุว่า หากเป็นกรณีที่เกิดขึ้นภายในคลินิก จะต้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ สปสช. เข้าไปตรวจสอบว่า การปฏิบัติงานของคลินิกดังกล่าวเป็นอย่างไร
สำหรับระบบ 30 บาทรักษาทุกโรค เป็นระบบที่จัดตั้งขึ้นมานานกว่า 20 ปี เพื่อดูแลสุขภาพและความเป็นอยู่ของประชาชนทุกคนที่มีสิทธิใช้บริการ ขณะที่ประชาชนในวัยทำงานบางส่วนอาจอยู่ภายใต้สิทธิประกันสังคม โดยระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติถือเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความมั่นคงด้านการรักษาพยาบาลให้กับประชาชนมาอย่างต่อเนื่องหลายสิบปี
อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไป ย่อมมีบางส่วนที่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนหรือพัฒนาให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และประธานบอร์ด สปสช. ได้มีการหารือร่วมกับปลัดกระทรวงสาธารณสุข รวมถึงมีการประชุมคณะกรรมการ สปสช. เมื่อวันที่ 2 กันยายนที่ผ่านมา เพื่อกำหนดแนวทางยกระดับและสร้างความมั่นคงให้กับระบบประกันสุขภาพแห่งชาติ
นายพัฒนา ยืนยันว่า กระทรวงสาธารณสุขจะดูแลระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติให้ดีที่สุด เพื่อให้ประชาชนคนไทยสามารถเข้าถึงการรักษาโดยไม่ต้องกังวลว่าจะล้มละลายเมื่อเข้าโรงพยาบาล หรือมีภาระจากค่าใช้จ่ายเมื่อเกิดการเจ็บป่วย ไม่ว่าจะเป็นโรคเล็กน้อย โรครุนแรง หรืออุบัติเหตุต่างๆ พร้อมย้ำว่าจะทำให้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติมีความมั่นคงมากที่สุด
ส่วนกรณีของแพทย์รายดังกล่าว นายพัฒนา มองว่าอาจเป็นเรื่องพฤติกรรมส่วนบุคคล โดยส่วนตัวยังไม่ได้ดูคลิปหรือวิดีโอที่เป็นประเด็นโดยตรง เพียงได้รับฟังข้อมูลมาบางส่วน
นายพัฒนา กล่าวว่า ทุกครั้งที่ผู้ป่วยเดินทางมาพบแพทย์ ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลหรือคลินิก ล้วนเข้ามาด้วยความทุกข์จากปัญหาสุขภาพ จึงได้ย้ำกับบุคลากรทางการแพทย์อยู่เสมอว่า ต้องดูแลคนไข้ทุกคนด้วยเจตนาดี มีความอดทนอดกลั้น และพยายามให้การรักษาเป็นไปอย่างราบรื่นที่สุด
ขณะเดียวกัน ต้องเข้าใจด้วยว่าบุคลากรทางการแพทย์ในหลายพื้นที่อาจมีภาระงานล้นมือ จนอาจเกิดอาการหรือการแสดงออกบางอย่างที่ไม่เหมาะสมหรือไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ซึ่งทุกฝ่ายจำเป็นต้องช่วยกันประคับประคอง หากมีการแสดงออกที่รุนแรงออกไปแล้ว ผู้เกี่ยวข้องก็ควรพยายามดึงสติของตัวเองกลับมา
นอกจากนี้ นายพัฒนา ยังกล่าวถึงปัญหาการส่งต่อผู้ป่วยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งปัจจุบันยังพบปัญหาค่อนข้างมาก โดยในการประชุมคณะกรรมการ สปสช. เมื่อวันที่ 2 กันยายน ได้มีการแจ้งว่า ระบบอิเล็กทรอนิกส์รีเฟอร์ คาดว่าจะสามารถจัดระบบและใช้งานได้ภายในปี 2570 และอาจเริ่มนำมาใช้ได้เร็วที่สุดภายในเดือนธันวาคมที่จะถึงนี้
ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำกับ สปสช. ให้เร่งรัดระบบดังกล่าวออกมาใช้งานให้เร็วที่สุด เนื่องจากปัญหาการส่งต่อผู้ป่วยส่งผลกระทบและสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนโดยตรง
นอกจากนั้น ยังได้กำชับต่อคณะกรรมการในที่ประชุมว่า คลินิกทุกแห่งหรือหน่วยบริการปฐมภูมิ จะต้องจัดทำข้อตกลงร่วมกับโรงพยาบาลที่รับส่งต่อผู้ป่วยให้ชัดเจน ว่ามีกระบวนการรับผู้ป่วยอย่างไร รวมถึงกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับระยะเวลาในการออกใบส่งตัวว่าควรมีจำนวนวันขั้นต่ำเท่าใด โดยต้องเร่งดำเนินการให้เกิดผลลัพธ์โดยเร็วที่สุด เพื่อแก้ไขปัญหาและลดความเดือดร้อนของประชาชน