สรุปสำนวนสั่งฟ้อง 2 บริษัท ปมที่ดินมรดกร้อยล้าน แหม่มฝรั่งเศส ยกให้แม่บ้านไทย
สรุปสำนวนสั่งฟ้อง 2 บริษัท ปมที่ดินมรดกร้อยล้าน แหม่มฝรั่งเศส ยกให้แม่บ้านไทย
ข่าวสังคม - โซเชียล

สรุปสำนวนสั่งฟ้อง 2 บริษัท ปมที่ดินมรดกร้อยล้าน แหม่มฝรั่งเศส ยกให้แม่บ้านไทย

ฟังข่าวนี้

เมื่อวันที่ 3 ก.ย. 2569 พ.ต.ท.กิตติศักดิ์ เจริญรูป รอง ผกก.สอบสวน สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี ในฐานะคณะพนักงานสอบสวน คดีนอมินี ตำรวจภูธร จ.สุราษฎร์ธานี นำสำนวนสรุปความเห็นสั่งฟ้อง เพื่อให้ พล.ต.ต.สุวัฒน์ สุขศรี ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี ลงนาม นำตัวผู้ต้องหาส่งฟ้องต่อพนักงานอัยการจังหวัดเกาะสมุย ในคดีอาญาที่ 399/2567 และคดีอาญาที่ 400/2567 ของ สภ.เกาะสมุย กล่าวหา บริษัท จี.วี.เอ็น.อี. จำกัด กับพวกรวม 4 คน และ บริษัท แม็กซิเคท จำกัด กับพวกรวม 4 คน โดยคณะพนักงานสอบสวน เห็นควรสั่งฟ้อง บริษัท จี.วี.เอ็น.อี จำกัด และ บริษัท แม็กซิเคท จำกัด ในความผิดฐาน เป็นบุคคลต่างด้าวประกอบธุรกิจค้าที่ดิน (บริษัทนอมินี) และเห็นควร สั่งฟ้องนายทองใส อายุ 50 ปี ผู้ต้องหาที่ 3 และนางสาวรัชประภา อายุ 36 ปี ผู้ต้องหาที่ 4 ในความผิดฐาน เป็นผู้สนับสนุนให้คนต่างด้าวประกอบ ธุรกิจค้าที่ดินโดยผิดกฎหมาย และสั่งไม่ฟ้อง นางแคทเทอลีน โจลี่ โรแล็นด์ เจอร์เมน ดิลาโคท อายุ 59 ปี สัญชาติฝรั่งเศส กรรมการบริษัท เนื่องจากเสียชีวิต

สำหรับคดีดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 เม.ย. 67 เมื่อนางแคทเทอลีน ใช้อาวุธปืนยิงตัวเสียชีวิต ภายในวิลล่าหรู มูลค่ากว่า 50 ล้านบาท ใน ต.แม่น้ำ อ.เกาะสมุย โดยภายหลังการเสียชีวิต ได้มีการทำพินัยกรรมยกทรัพย์สินมูลค่าร่วม 100 ล้านบาท ให้กับแม่บ้านชาวไทยคนสนิท ซึ่งต่อมา ศูนย์ปฏิบัติการปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย (ศปชก.) ภ.จว.สุราษฎร์ธานี ได้ร่วมกับคณะทำงานแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินรัฐ ทำลายทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่กองทัพภาคที่ 4 เข้าตรวจสอบและพบความผิดปกติจากการถือครองที่ดินและการประกอบธุรกิจของนางแคทเทอลีน ว่าอาจเข้าข่ายใช้บุคคลชาวไทยถือหุ้นแทน เพื่อจัดตั้งบริษัทนิติบุคคล และประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

ต่อมาคณะพนักงานสอบสวน ได้รวบรวมพยานหลักฐาน พบข้อเท็จจริงว่า เมื่อประมาณปี 50 นางแคทเทอร์รีน ผู้ต้องหาที่ 2 ได้เข้ามาอยู่ที่ประเทศไทย โดยเช่าบ้านพักอยู่ใน ต.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ต่อมา ประมาณเดือน มี.ค. 55 ผู้ต้องหาที่ 2 ได้นำเอกสารไปให้สำนักงานทนายแห่งหนึ่ง ช่วยเหลือในการนำไปจดทะเบียนจัดตั้งเป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน บริษัท แม็กซิแคท จำกัด ผู้ต้องหาที่ 1 โดยคนไทยไม่ได้ร่วมลงทุนในการประกอบกิจการแต่อย่างใด จากนั้นได้ซื้อและรับโอนที่ดิน จำนวน 1 ไร่ 2 งาน ในราคา 2.7 ล้านบาท แล้วนำไปแบ่งแยกก่อสร้างวิลล่า ชื่อ มะพร้าว โดย บริษัท จี.วี.เอ็น.อี.จำกัด จำนวน 5 หลัง

ในช่วงปี 61-65 ได้ขายบ้านไป 3 หลัง ในราคาหลังละ 7-8 ล้านบาท ส่วนอีก 2 หลัง ใช้ในลักษณะให้เช่าระยะยาวกับชาวต่างชาติ แต่พบว่าตั้งแต่นางแคทเทอลีน เปิดบริษัท ผลประกอบการขาดทุน และไม่เคยเสียภาษีแต่อย่างใด รวมถึงเมื่อปี 63 บริษัท แม็กซิเคท จำกัด มีการเปลี่ยนแปลงกรรมการบริษัทภายหลังการครอบครองที่ดินเหลือเพียงนางแคทเทอลีน แต่เพียงผู้เดียว และถือครองวิลล่าสูงขนาดใหญ่ 3 ชั้น มูลค่า 50 ล้านบาท และอยู่ระหว่างรอขาย แต่นางแคทเทอลีน ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงตัวตายจากปัญหาสุขภาพ และทำพินัยกรรมมอบวิลล่าหลังดังกล่าวให้กับแม่บ้านชาวไทย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ