ศาลอาญาพิพากษาจำคุก หมอเหรียญทอง 3 ปี ชดใช้ค่าเสียหาย 3 แสน ปมโพสต์กล่าวหาร้านบะหมี่ตั้งฮกกี่
ศาลอาญาพิพากษาจำคุก หมอเหรียญทอง 3 ปี ชดใช้ค่าเสียหาย 3 แสน ปมโพสต์กล่าวหาร้านบะหมี่ตั้งฮกกี่
ข่าวสังคม - โซเชียล

ศาลอาญาพิพากษาจำคุก หมอเหรียญทอง 3 ปี ชดใช้ค่าเสียหาย 3 แสน ปมโพสต์กล่าวหาร้านบะหมี่ตั้งฮกกี่

ฟังข่าวนี้

วันที่ 28 สิงหาคม 2569 เพจเฟซบุ๊ก “ตั้งฮกกี่ บะหมี่กวางตุ้ง โชคชัย 4 ซอย 60” โพสต์ข้อความระบุว่า ศาลมีคำพิพากษาคดีที่ร้านบะหมี่เป็นโจทก์ฟ้อง นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ในความผิดฐานหมิ่นประมาท โดยศาลพิพากษาจำคุก 3 ปี แต่ให้รอการลงโทษเป็นเวลา 2 ปี พร้อมปรับ 300,000 บาท และให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์อีก 300,000 บาท

ทางเพจระบุข้อความขอบคุณ ทนายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ที่ให้ความช่วยเหลือในการดำเนินคดี พร้อมโพสต์ข้อความเชิงประชดว่า “กราบขอบพระคุณหมอที่เป็นนายทุนให้ร้านบะหมี่ครับ ไหว้ย่อ”

ขณะที่ ทนายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า คดีดังกล่าวเป็นคดีที่เจ้าของร้านตั้งฮกกี่ บะหมี่กวางตุ้ง เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นพ.เหรียญทอง ในความผิดฐาน “หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา” จากกรณีที่จำเลยโพสต์ข้อความกล่าวหาโจทก์ว่าเป็น “แนวร่วมอริราชศัตรู” บนสื่อสังคมออนไลน์

ทนายความระบุว่า ศาลอาญาพิพากษาจำคุกจำเลย 3 ปี แต่พิเคราะห์แล้วเห็นควรให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี พร้อมสั่งปรับ 300,000 บาท และให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ 300,000 บาท รวมถึงให้ลงข้อความโฆษณาคำพิพากษาในหนังสือพิมพ์และสื่อสังคมออนไลน์

ทั้งนี้ ทีมทนายความระบุว่า การต่อสู้คดีดำเนินไปเพื่อปกป้องเกียรติและชื่อเสียงของลูกความตามกระบวนการยุติธรรม พร้อมขอบคุณศาลที่ให้ความยุติธรรม รวมถึงผู้ที่ให้กำลังใจลูกความตลอดระยะเวลาการต่อสู้คดี

“หมอเหรียญทอง” แจงยังไม่ใช่คดีถึงที่สุด เตรียมอุทธรณ์

ด้าน นพ.เหรียญทอง แน่นหนา โพสต์ข้อความชี้แจงถึงคดีดังกล่าว โดยระบุว่า คดีร้านบะหมี่มีทั้งหมด 2 คดี และในคดีแรกศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้ตนเป็นฝ่ายชนะ ขณะที่เจ้าของร้านบะหมี่ได้ขออุทธรณ์ แต่กลับไม่เห็นมีสำนักข่าวนำเสนอข่าวดังกล่าว

ส่วนคดีที่ 2 ซึ่งศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้ตนเป็นฝ่ายแพ้ นพ.เหรียญทองระบุว่า ได้ยื่นอุทธรณ์เช่นกัน พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าการนำเสนอข่าวบางส่วนมีลักษณะเสมือนว่าคดีถึงที่สุดแล้ว ทั้งที่ยังอยู่ในกระบวนการอุทธรณ์

นพ.เหรียญทองระบุอีกว่า คำพิพากษาศาลชั้นต้นมีหลายประเด็นที่เห็นว่าไม่ถูกต้อง จึงเตรียมยื่นอุทธรณ์ และมั่นใจว่าศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกาอาจมีคำพิพากษากลับจากศาลชั้นต้นได้

นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงกรณีที่ถูกอดีต สส. ฟ้องร้องรวม 4 คดี โดยศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาลงโทษจำคุกใน 3 คดี รวม 10 ปี ปรับรวม 600,000 บาท และให้ชดใช้ค่าเสียหาย 300,000 บาท ก่อนที่เจ้าตัวจะยื่นอุทธรณ์และฎีกาต่อไป

นพ.เหรียญทองระบุว่า ที่ผ่านมามี 2 คดีที่ศาลกลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นและยกฟ้อง ทำให้ไม่ต้องรับโทษจำคุก ได้รับเงินค่าปรับคืน 500,000 บาท และไม่ต้องชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ ส่วนอีก 1 คดียังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ และหากแพ้ก็จะขอฎีกาต่อ

พร้อมเปรียบเทียบกระบวนการต่อสู้คดีในศาลว่าเป็นเหมือนการแข่งขันกีฬา ซึ่งมีทั้งแพ้และชนะในแต่ละยก หากคู่ความไม่เห็นด้วยกับคำพิพากษาก็สามารถอุทธรณ์และฎีกาได้ จนกว่าคดีจะถึงที่สุด

ท้ายโพสต์ นพ.เหรียญทองระบุว่า ไม่ว่าผลคดีจะออกมาแพ้หรือชนะ ตนก็ยังเป็น “ตาแป๊ะหลักสี่” คนธรรมดา ๆ ที่ยังคงปฏิบัติตามคำถวายสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพลเช่นเดิม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ