บุกทลายแฟลตดินแดง จับขบวนการทำบัตรสีชมพู รวบข้าราชการ-นายหน้า นำต่างด้าวยัดเข้าทะเบียนบ้านโดยทุจริต 1,300 ชีวิต โกยเงิน-เอื้อบัญชีม้าข้ามชาติ
บุกทลายแฟลตดินแดง จับขบวนการทำบัตรสีชมพู รวบข้าราชการ-นายหน้า นำต่างด้าวยัดเข้าทะเบียนบ้านโดยทุจริต 1,300 ชีวิต โกยเงิน-เอื้อบัญชีม้าข้ามชาติ
ข่าวอาชญากรรม

บุกทลายแฟลตดินแดง จับขบวนการทำบัตรสีชมพู รวบข้าราชการ-นายหน้า นำต่างด้าวยัดเข้าทะเบียนบ้านโดยทุจริต 1,300 ชีวิต โกยเงิน-เอื้อบัญชีม้าข้ามชาติ

ฟังข่าวนี้

วันที่ 18 ส.ค. 2569 พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมกำลังตำรวจนครบาล สนธิกำลังร่วมกับกรมการปกครอง ชุดปฏิบัติการพิเศษ DOPA และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกว่า 100 นาย เปิดปฏิบัติการ กวาดบ้านกลางกรุง ปล่อยแถว 5 ชุดปฏิบัติการ กระจายกำลังเข้าตรวจค้นเป้าหมาย 7 จุด ยุทธศาสตร์ทั่วกรุงเทพมหานคร เพื่อทลายเครือข่ายทุจริตออกบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน หรือ บัตรชมพูเลข 7 โดยมิชอบ

จุดเริ่มของการกวาดล้างครั้งนี้ มาจากการสืบสวนพบความผิดปกติขั้นร้ายแรงภายในแฟลตดินแดง จากการเอ็กซเรย์ห้องพักกว่า 5,700 ห้อง พบห้องที่มีความผิดปกติจำนวน 44 ห้อง ที่มีชื่อบุคคลแจ้งย้ายเข้ามาอยู่อาศัยอย่างผิดธรรมชาติ โดยแต่ละห้องมีชื่อสวมอยู่ไม่ต่ำกว่า 16 คน รวมแล้วมีชื่ออัดแน่นสูงถึงกว่า 1,300 คน

จากการตรวจสอบพบว่าส่วนใหญ่เป็นบุคคลต่างด้าว และมีพฤติกรรมแอบแฝงทะลักย้ายชื่อเข้ามาตั้งแต่ปี 2567 เจ้าหน้าที่จึงตั้งข้อสังเกตทันทีว่า แฟลตขนาดเล็กไม่สามารถรองรับคนจำนวนมหาศาลขนาดนี้ได้จริง เป็นเพียงการใช้ทะเบียนบ้านเป็น ที่พักชื่อ เพื่อเอื้อประโยชน์ในการทำบัตรประวัติศาสตร์ปลอม

สายสืบเร่งรวบรวมพยานหลักฐานจนนำไปสู่การอนุมัติออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการแล้ว 7 ราย โดยในจำนวนนี้มี เจ้าหน้าที่รัฐรวมอยู่ด้วยถึง 3 ราย ร่วมมือกับเจ้าบ้าน นายหน้าคอยวิ่งเต้น และกลุ่มบุคคลที่ยอมรับจ้างให้ถ้อยคำอันเป็นเท็จต่อทางราชการ

ภัยเงียบของขบวนการนี้อยู่ที่ บัตรชมพูขึ้นต้นด้วยเลข 7 ซึ่งเปรียบเสมือนตั๋วเบิกทางให้บุคคลต่างด้าวได้รับสิทธิสวมรอยใช้ชีวิตในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นการเข้าถึงการรักษาพยาบาล การศึกษาขั้นพื้นฐาน และที่น่ากลัวที่สุดคือการนำสิทธินี้ไปเปิดบัญชีธนาคาร จนกลายเป็นช่องทางสร้าง บัญชีม้า ให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์ และเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติใช้ฟอกเงิน

ซึ่งขณะนี้ ตำรวจนครบาลได้จับมือกับกรมการปกครอง, สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.), สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เพื่อขยายผลยึดทรัพย์และล้างบางผู้มีอิทธิพลที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมดแล้ว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ