ไฟไหม้บ้านคุณตาวัย 85 ปี วอดทั้งหลัง จนท.ตกใจพบโลงภรรยาที่เก็บไว้นานกว่า20ปี ร่วงลงมาชั้นล่าง
ไฟไหม้บ้านคุณตาวัย 85 ปี วอดทั้งหลัง จนท.ตกใจพบโลงภรรยาที่เก็บไว้นานกว่า20ปี ร่วงลงมาชั้นล่าง
ข่าวสังคม - โซเชียล

ไฟไหม้บ้านคุณตาวัย 85 ปี วอดทั้งหลัง จนท.ตกใจพบโลงภรรยาที่เก็บไว้นานกว่า20ปี ร่วงลงมาชั้นล่าง

ฟังข่าวนี้

เมื่อเวลา 22.30 น. วันที่ 16 สิงหาคม พ.ต.ต.สกล โตจีน สว.(สอบสวน) สภ.บางปะหัน ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ภายในชุมชนวัดค่าย ต.ขวัญเมือง อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา จึงประสานรถดับเพลิงจาก อบต.ใกล้เคียงหลายคัน พร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิพุทไธสวรรย์ เข้าระงับเหตุ

ที่เกิดเหตุเป็นซอยแคบ รถดับเพลิงหลายคันไม่สามารถเข้าถึงตัวบ้านได้ เจ้าหน้าที่บางส่วนต้องลากสายฉีดน้ำเข้าไป โดยเพลิงลุกไหม้บ้านเลขที่ 25 หมู่ 1 เป็นบ้าน 2 ชั้น ชั้นล่างก่อสร้างด้วยปูน ส่วนชั้นบนเป็นไม้ ทำให้เพลิงลุกลามอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่เร่งฉีดน้ำสกัดไม่ให้ไฟลุกลามไปยังบ้านข้างเคียง

ระหว่างเข้าระงับเหตุ พบเสียงระเบิดจากถังแก๊สดังขึ้นหลายครั้ง เจ้าหน้าที่จึงปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง พร้อมประสานการไฟฟ้าเข้าตัดกระแสไฟ เพื่อป้องกันอันตราย ใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมงจึงสามารถควบคุมเพลิงได้ เหลือเพียงกลุ่มควัน ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าบ้านหลังดังกล่าวได้รับความเสียหายทั้งหลัง

ขณะเดียวกัน หลังเพลิงสงบ พบภาพที่สร้างความประหลาดใจให้กับชาวบ้าน เมื่อบริเวณผนังที่ถูกไฟไหม้ได้รับความเสียหายเกือบทั้งหมด กลับเหลือส่วนของพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เป็นลักษณะวงกลมที่ยังคงสภาพอยู่ โดยส่วนดังกล่าวไม่ถูกไฟไหม้ ขณะที่บริเวณโดยรอบถูกเปลวเพลิงเผาไหม้เสียหายอย่างหนัก

นางบุญสม บุญรอด อายุ  75 ปี รู้สึกประทับใจและตื้นตันใจ อย่างสุดซึ้งที่เห็นรูปในหลวงรัชกาลที่ 9 ไม่ถูกไฟไหม้ ภาพดังกล่าวทำให้ชาวบ้านและผู้ที่อยู่ในที่เกิดเหตุต่างรู้สึกประหลาดใจ และพูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าเป็นภาพที่น่าอัศจรรย์ อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเหตุใดบริเวณดังกล่าวจึงไม่ถูกไฟไหม้ จึงต้องรอการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม

นางยุพิน อายุ 71 ปี ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ เล่าว่า ขณะกำลังนอนอยู่บนบ้าน ได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้น จึงออกมาดูและพบว่าไฟกำลังลุกไหม้อย่างรวดเร็ว ชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงต่างพากันขนย้ายข้าวของออกจากบ้าน เนื่องจากเกรงว่าเพลิงจะลุกลาม

สำหรับบ้านที่เกิดเหตุเป็นบ้านของนายพรพิสิฐ บำรุงพฤกษ์ อายุ 85 ปี อดีตครู ซึ่งขณะเกิดเหตุชาวบ้านได้เข้าไปช่วยเหลือนำตัวออกจากบ้านมาได้อย่างปลอดภัย โดยนายพรพิสิฐพักอาศัยอยู่เพียงลำพัง ลูกสาวทำงานอยู่กรุงเทพฯ ส่วนลูกชายจะแวะเวียนมาหาเป็นครั้งคราว

อย่างไรก็ตาม ภายในบ้านยังมีร่างของนางสมพร ซึ่งเป็นภรรยาของนายพรพิสิฐและเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 20 กว่าปี โดยนายพรพิสิฐยังคงเก็บรักษาร่างของภรรยาไว้ในโรงไม้บนบ้าน เนื่องจากยังมีความผูกพันและระลึกถึงภรรยาที่จากไป

ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการดำเนินการอย่างระมัดระวังในการนำร่างของนางสมพรลงจากบ้าน โดยได้กันพื้นที่และขอความร่วมมือผู้ที่ไม่เกี่ยวข้อง ห้ามเข้าไปในพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อความปลอดภัยและเพื่อไม่ให้กระทบต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ หลังจากนั้นได้เข้าไปค้นหาก็พบร่างของภรรยาถูกไฟไหม้เหลือแต่ กระดูก บริเวณชั้นล่างของบ้าน

จากการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากชาวบ้าน ทราบว่า นายพรพิสิฐมีการเก็บไม้เก่าไว้บริเวณข้างบ้านเป็นจำนวนหนึ่ง และโดยปกติจะจุดเตาถ่านเพื่อหุงข้าวและทำอาหารให้สุนัขที่เลี้ยงไว้เป็นประจำ นอกจากนี้ ก่อนหน้านี้เมื่อหลายปีก่อน บริเวณบ้านดังกล่าวเคยเกิดเหตุไฟไหม้มาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ครั้งนั้นสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้และไม่ได้ลุกลามรุนแรงเหมือนเหตุการณ์ในครั้งนี้

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวเป็นเพียงข้อมูลจากการสอบถามเบื้องต้น จึงยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าการจุดเตาหุงข้าวหรือการเก็บไม้เก่าจะเป็นสาเหตุของเพลิงไหม้ในครั้งนี้หรือไม่ โดยต้องรอการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุและการสอบสวนของพนักงานสอบสวนเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

ด้านพนักงานสอบสวนได้บันทึกภาพและตรวจสอบบริเวณจุดเกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน พร้อมเตรียมสอบปากคำนายพรพิสิฐ เจ้าของบ้าน รวมถึงบุคคลที่เกี่ยวข้อง เพื่อรวบรวมข้อมูลและหาสาเหตุของเพลิงไหม้

ส่วนมูลค่าความเสียหายยังไม่สามารถประเมินได้ เนื่องจากบ้านได้รับความเสียหายจากเพลิงไหม้ทั้งหลัง และอยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ