วันนี้ (16 ส.ค. 69) นางสุพรรณี ร้องเรียนว่า ด.ช.เอ (นามสมมติ) อายุ 13 ปี นักเรียนชั้น ม.1 โรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.โพธิ์ประสาท อ.ไพศาลี จ.นครสวรรค์ ถูกเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่งตบหน้าอย่างแรงภายในโรงเรียน หลังเผลอโยนมาม่าใส่บาตรเนื่องจากเอื้อมมือไม่ถึง ส่งผลให้เด็กได้รับบาดเจ็บกรามร้าว และอับอายต่อหน้าเพื่อนร่วมชั้นจนเกิดความหวาดกลัวและอยากลาออกจากโรงเรียน
จากการสอบถาม น้องเอ เล่าว่า เหตุเกิดระหว่างกิจกรรมตักบาตรวันแม่ ตนไม่มีเจตนาลบหลู่พระสงฆ์ แต่เอื้อมมือไม่ถึงบาตร เพราะเพื่อนขวางหน้า จึงทำไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ก่อนจะถูกเจ้าอาวาสตบเข้าที่แก้มขวาอย่างจัง และเรียกไปตำหนิประจานหน้าลานกิจกรรม นอกจากนี้ ยังรู้สึกน้อยใจที่ครูในที่เกิดเหตุไม่ได้ให้การปกป้อง ซ้ำยังถูกต่อว่าอย่างรุนแรงและมีการถ่ายคลิปช่วงตักบาตรไว้ แต่กลับไม่มีฉากที่ตนถูกทำร้ายเผยแพร่ออกมา

ด้านนางสุพรรณี ผู้เป็นแม่ กล่าวด้วยความโกรธเคืองว่า แม้ลูกจะทำพฤติกรรมไม่เหมาะสม แต่พระสงฆ์ควรมีเมตตาและใช้วิธีตักเตือนหรือตีที่มือ แทนการตบหน้าจนได้รับบาดเจ็บตามใบรับรองแพทย์ โดยตนขอยืนยันว่า จะดำเนินคดีกับเจ้าอาวาสรายนี้ให้ถึงที่สุด แม้ทางผู้อำนวยการโรงเรียนจะนำกระเช้ามาขอโทษแล้วก็ตาม
ขณะที่ พระครูคู่กรณี ยอมรับว่า ได้ลงมือตีเด็กจริงเพื่อสั่งสอนว่าการโยนของใส่บาตรเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม และเรียกไปว่ากล่าวหน้าเสาธงเพื่อเป็นอุทาหรณ์แก่เด็กคนอื่น ไม่ได้มีเจตนาทำให้อับอาย ส่วนเรื่องคดีความก็พร้อมเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม เจ้าอาวาสรูปดังกล่าว ซึ่งจำพรรษามานานถึง 36 พรรษา ได้เปรยทิ้งท้ายในเชิงปลงตกถึงเหตุการณ์ครั้งนี้ว่า ถึงเวลาที่อาตมาได้เวลาสึกแล้วมั้ง ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ตะคร้อ กำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนต่อไป