เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ร่วมกับศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย (ศปชก.ตร.) และศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) เปิดปฏิบัติการติดตามจับกุมผู้ต้องหาชาวจีนตามหมายจับของสาธารณรัฐประชาชนจีน หลังพบพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับขบวนการฉ้อโกงและฟอกเงิน ก่อนหลบหนีเข้ามาซ่อนตัวในประเทศไทย
ปฏิบัติการดังกล่าวอยู่ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. โดยมี พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม และ พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก. รวมถึง พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. และ พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา รอง ผบก.ป. ร่วมกำกับดูแล

ส่วน กก.2 บก.ป. มีว่าที่ พ.ต.อ.เนติวิทย์ ธนาสิทธิ์นิติกุล ผกก.2 บก.ป. พร้อมด้วย พ.ต.ท.พงศกร ต้นอารีย์ พ.ต.ท.พลวุฒิ ผาตินุวัติ พ.ต.ท.ทัตพร เลขะวัฒนพงษ์ พ.ต.ท.สิทธิพร มีอาษา และ พ.ต.ท.ปรัชญ์ แม้นเดช รอง ผกก.2 บก.ป. เป็นผู้บังคับบัญชาควบคุมการปฏิบัติ
สำหรับชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ต.รชา มากมณี สว.กก.2 บก.ป. พร้อม ร.ต.อ.หญิง จิตติญา พิพิธกุล รอง สว.ตม.จว.ชลบุรี และเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ป. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรี เข้าควบคุมตัว นายเอ (นามสมมติ) ชาวจีน อายุ 30 ปี ได้ที่คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งในพื้นที่เมืองพัทยา ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี
นายเอเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของสาธารณรัฐประชาชนจีน ในความผิดฐาน ฉ้อโกงและฟอกเงิน ขณะเดียวกันยังมีความผิดตามกฎหมายไทยในข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยการอนุญาตสิ้นสุด หรือ Overstay

คดีนี้เริ่มจากเจ้าหน้าที่ กก.2 บก.ป. ร่วมกับ ศปชก.ตร. และ ACSC สืบสวนติดตามนายเอ หลังพบข้อมูลว่าเป็นผู้มีบทบาทในการสั่งการและจัดสรรหน้าที่ให้สมาชิกในขบวนการ นำบัตรธนาคารไปใช้ตระเวนถอนเงินและโอนย้ายเงินที่ได้จากการฉ้อโกง เพื่ออำพรางเส้นทางการเงินและหลีกเลี่ยงการถูกติดตามจับกุม
ข้อมูลการสืบสวนพบว่า ในช่วงเดือนมิถุนายน 2566 ถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2567 นายเอเดินทางมาพบกับหนึ่งในสมาชิกขบวนการในประเทศไทย ก่อนใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการสั่งการกลุ่มสแกมเมอร์ โดยมอบหมายให้สมาชิกนำบัญชีธนาคารส่วนบุคคลของบุคคลอื่นมาสลับใช้งาน เพื่อรับเงินที่ได้จากการฉ้อโกง
จากนั้นมีการสั่งการให้สมาชิกอีกรายตระเวนถอนเงินจากบัญชีดังกล่าว ก่อนนำเงินไปดำเนินการในลักษณะฟอกเงิน โดยเจ้าหน้าที่ประเมินว่าขบวนการดังกล่าวมีเงินหมุนเวียนและความเสียหายรวมกว่า 1.8 ล้านหยวน หรือคิดเป็นเงินไทยมากกว่า 8.8 ล้านบาท
หลังจากก่อเหตุและทราบว่าตนเองกำลังตกเป็นผู้ต้องหา นายเอได้หลบหนีออกจากสาธารณรัฐประชาชนจีน ก่อนที่จะมีการออกหมายจับ เนื่องจากไม่สามารถพำนักอยู่ในประเทศจีนต่อไปได้ โดยใช้เส้นทางเดินทางไปยังประเทศญี่ปุ่น ก่อนเดินทางต่อเข้ามายังประเทศไทยในเดือนมีนาคม 2568 และหลบซ่อนตัวอยู่ในราชอาณาจักรไทย

ต่อมาเจ้าหน้าที่ กก.2 บก.ป. ได้สืบสวนขยายผลและติดตามข้อมูลเกี่ยวกับนายเออย่างต่อเนื่อง จนทราบเบาะแสว่าเข้ามาพักอาศัยอยู่ในพื้นที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี จึงประสานความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรี เพื่อวางแผนเข้าควบคุมตัว
กระทั่งสามารถติดตามตัวนายเอได้ที่คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งใน ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ก่อนควบคุมตัวส่งสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพื่อดำเนินกระบวนการตามกฎหมายและเตรียมส่งตัวกลับสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อดำเนินคดีตามหมายจับต่อไป
จากการสอบถามเบื้องต้น นายเอให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยยอมรับว่าเคยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการดำเนินการเกี่ยวกับการฟอกเงินที่ได้มาจากขบวนการสแกมเมอร์ รวมทั้งหลบหนีจากหมายจับของสาธารณรัฐประชาชนจีนเข้ามาพำนักและซ่อนตัวอยู่ในประเทศไทยจริง
เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวนายเอส่งสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ก่อนประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อส่งตัวกลับสาธารณรัฐประชาชนจีน ให้เข้าสู่กระบวนการดำเนินคดีตามหมายจับต่อไป