เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ตำรวจท่องเที่ยวเดินหน้าปราบปรามขบวนการหลอกลวงนักท่องเที่ยวและธุรกิจที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ตามนโยบายของ พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว โดยมุ่งติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับในความผิดที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงการหลอกลวงประชาชนผ่านการจองโรงแรมและแพ็กเกจท่องเที่ยว
ล่าสุด ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.มิลิน เพียรช่าง ผกก.2 บก.ทท.1 ได้สั่งการให้ พ.ต.ต.สมชนก ชัยประเสริฐสกุล สว.กก.2 บก.ทท.1 พร้อมด้วย ร.ต.อ.วุฒิชัย กีรฏิกุล, ร.ต.ท.รวิกร สุริยาวงค์ รอง สว.กก.2 บก.ทท.1 และเจ้าหน้าที่ตำรวจงานสืบสวน กก.2 บก.ทท.1 ลงพื้นที่ติดตามบุคคลตามหมายจับ

กระทั่งสามารถจับกุม น.ส.บี (นามสมมติ) อายุ 34 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาตลิ่งชัน ที่ จ.642/2569 ลงวันที่ 6 สิงหาคม 2569 ได้บริเวณซอยพระรามที่ 2 ซอย 38 ถนนพระราม 2 กรุงเทพมหานคร ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปคบ. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
สำหรับ น.ส.บี ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดหลายข้อหา ประกอบด้วย ร่วมกันฉ้อโกง, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, ร่วมกันโฆษณาหรือใช้ฉลากที่มีข้อความอันเป็นเท็จหรือรู้หรือควรรู้อยู่แล้วว่าอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับแหล่งกำเนิด สภาพ คุณภาพ ปริมาณ หรือสาระสำคัญของสินค้าหรือบริการ และร่วมกันประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับใบอนุญาตตามมาตรา 15
คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากช่วงกลางปี 2568 ผู้เสียหายรายหนึ่งติดต่อ น.ส.บี ผ่านบัญชีแอปพลิเคชันไลน์ชื่อ Joyy เพื่อให้จัดหาแพ็กเกจท่องเที่ยวสำหรับผู้เดินทางประมาณ 16 คน โดยผู้ต้องหาเสนอแพ็กเกจเดินทางไปยังเมืองเฉิงตู ประเทศจีน ในราคาคนละ 28,500 บาท

เมื่อคำนวณรวมผู้เดินทางทั้ง 16 คน คิดเป็นเงินทั้งสิ้น 456,000 บาท ผู้เสียหายกับพวกจึงโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของผู้ต้องหาตามที่ได้รับแจ้ง แต่เมื่อถึงกำหนดกลับไม่สามารถเดินทางได้ตามที่ตกลงกันไว้ และผู้ต้องหาไม่ได้ดำเนินการคืนเงินจำนวนดังกล่าวให้แก่ผู้เสียหาย จนนำไปสู่การร้องเรียนและการดำเนินคดีตามกฎหมาย
ภายหลังรวบรวมพยานหลักฐาน พนักงานสอบสวนได้ขอศาลออกหมายจับ ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวจะติดตามตัว น.ส.บี มาจับกุมได้ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
ทั้งนี้ การจับกุมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการขยายผลการปราบปรามคดีหลอกลวงเกี่ยวกับการท่องเที่ยวของตำรวจท่องเที่ยว โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่งานสืบสวน กก.2 บก.ทท.1 สามารถจับกุม น.ส.เอ (นามสมมติ) ผู้ต้องหาที่ถูกกล่าวหาว่าเปิดบัญชีม้าและมีส่วนเกี่ยวข้องกับเพจรีสอร์ตปลอมอัมพวา ได้ที่ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.พุทธมณฑล ภ.จว.นครปฐม เพื่อดำเนินคดี

ต่อมาเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่ชุดเดียวกันจับกุม น.ส.เค (นามสมมติ) ผู้ต้องหาตามหมายจับจำนวน 3 หมาย และมีข้อมูลเกี่ยวข้องกับบัญชีม้าที่ถูกนำไปใช้ในเพจปลอมสำหรับหลอกประชาชนให้จองที่พัก โดยสามารถจับกุมได้ในพื้นที่ จ.ลพบุรี ก่อนนำตัวส่ง สภ.ศรีสำโรง ภ.จว.สุโขทัย ดำเนินคดีตามกฎหมาย
ตำรวจท่องเที่ยวยืนยันว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายในการเร่งติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่มีพฤติการณ์หลอกลวงประชาชนและสร้างความเสียหายต่อภาคการท่องเที่ยว พร้อมเดินหน้าตรวจสอบและขยายผลเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับการหลอกขายแพ็กเกจท่องเที่ยว การจองที่พัก และการใช้ช่องทางออนไลน์เป็นเครื่องมือในการก่อเหตุ เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวตกเป็นเหยื่อเพิ่มเติม