เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ตำรวจ สน.ทองหล่อ เดินหน้าขานรับนโยบายเพิ่มความเข้มงวดในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม โดยเฉพาะความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน หลังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยให้กับประชาชน

ขณะที่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีบันทึกข้อความด่วนที่สุดกำชับตำรวจทั่วประเทศให้เร่งกวดขันและกวาดล้างความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน และวัตถุระเบิด พร้อมตรวจสอบแหล่งจำหน่ายและการซื้อขายอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนผิดกฎหมายทั้งในพื้นที่และผ่านช่องทางออนไลน์ รวมถึงเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในสถานที่สาธารณะ
ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทองหล่อ ออกตรวจพื้นที่รับผิดชอบตามมาตรการป้องกันเหตุอาชญากรรม กระทั่งได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ สน.ทองหล่อว่า มีกลุ่มวัยรุ่นหลายคนรวมตัวกันทะเลาะวิวาทและมีอาวุธ บริเวณสามแยกซอยพร้อมพรรค ทองหล่อ 25 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร จึงจัดกำลังเข้าตรวจสอบและระงับเหตุทันที

การปฏิบัติครั้งนี้อยู่ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล, พล.ต.ต.วิทวัฒน์ ชินคำ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5, พ.ต.อ.ภพธร จิตต์หมั่น รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5, พ.ต.อ.รัฐธนนท์ เอกฐิติกุลพัทธ์ ผู้กำกับการ สน.ทองหล่อ และ พ.ต.ท.ณัฐกิตติ์ จอกโคกสูง รองผู้กำกับการป้องกันปราบปราม สน.ทองหล่อ โดยมอบหมายให้ฝ่ายป้องกันปราบปรามเข้าควบคุมสถานการณ์
ก่อนที่กำลังตำรวจจะไปถึงจุดเกิดเหตุ พบ ร.ต.ต.สุภพงศ์ สุกใส รอง สว.(ป.) สน.ทองหล่อ อยู่ระหว่างเข้าระงับเหตุ หลังพบกลุ่มวัยรุ่นกำลังทะเลาะวิวาทและร้องขอความช่วยเหลือ โดยเจ้าหน้าที่ได้แสดงตัวเป็นตำรวจ ส่งผลให้กลุ่มวัยรุ่นยุติการทะเลาะวิวาทและแยกย้ายกันหลบหนี
จากการตรวจสอบพื้นที่ เจ้าหน้าที่พบเยาวชนชายอายุ 15 ปี รายหนึ่งต้องสงสัยว่ามีอาวุธปืน จึงเข้าตรวจค้นตามขั้นตอน ก่อนพบอาวุธปืนลูกซองสั้นหักลำไทยประดิษฐ์ ขนาดเบอร์ 12 จำนวน 1 กระบอก ซุกซ่อนอยู่บริเวณขอบกางเกงยีนขายาวสีครีมที่เยาวชนสวมใส่ นอกจากนี้ยังพบเครื่องกระสุนปืนลูกซองขนาดเบอร์ 12 อีก 1 นัด โดยบรรจุอยู่ภายในรังเพลิง
เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าอาวุธปืนดังกล่าวอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน จึงควบคุมตัวเยาวชนรายนี้ พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาในความผิดฐาน มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต
จากการสอบถาม เยาวชนให้การว่าอาวุธปืนและเครื่องกระสุนที่ตำรวจตรวจพบเป็นของตนเอง โดยอ้างว่าซื้อมาจากชายไทยไม่ทราบชื่อผ่านแอปพลิเคชันไลน์ ในราคา 5,500 บาท
เนื่องจากผู้ถูกจับกุมเป็นเยาวชนอายุเพียง 15 ปี เจ้าหน้าที่จึงดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมสำหรับเด็กและเยาวชน โดยนำตัวไปยังศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง เพื่อตรวจสอบการจับกุมภายในกรอบเวลา 24 ชั่วโมง ก่อนส่งตัวเข้าสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนตามขั้นตอน
ล่าสุด เยาวชนได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว โดยใช้หลักทรัพย์ประกันตัวจำนวน 5,000 บาท หลังเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายสำหรับเด็กและเยาวชนเรียบร้อยแล้ว
เหตุจับกุมดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำลังยกระดับมาตรการปราบปรามอาวุธปืนอย่างเข้มข้น ตามข้อกำชับของ ผบ.ตร. ที่สั่งการให้ตำรวจทั่วประเทศเร่งกวาดล้างความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน และวัตถุระเบิดอย่างจริงจัง พร้อมตรวจสอบแหล่งจำหน่าย รวมถึงการซื้อขายผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อสกัดกั้นไม่ให้อาวุธผิดกฎหมายถูกนำไปใช้ก่อเหตุรุนแรง และเพิ่มความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ